Kasikornbank หรือ KBank ร่วมกับ PingPong ผู้ให้บริการโซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนระดับโลก ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการทางการเงินและระบบชำระเงินระหว่างประเทศ รองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ภายในงาน Money20/20 Asia ที่กรุงเทพมหานคร
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าธุรกิจให้สามารถทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับกลยุทธ์ “Customer Centric” ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ล่าสุด KBank จึงร่วมมือกับ PingPong พัฒนาโซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรผ่านการเชื่อมต่อ API รองรับธุรกรรมระหว่างประเทศภายใต้กรอบกฎระเบียบของแต่ละประเทศ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ภาคธุรกิจ โดยเฟสแรกจะเริ่มให้บริการในประเทศไทยและจีน ก่อนขยายไปยังอินโดนีเซีย เวียดนาม และตลาดศักยภาพสูงอื่น ๆ ในเอเชีย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคและตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ดร.กรินทร์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดย PingPong มีเครือข่ายการชำระเงินครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ขณะที่กสิกรไทยมีความเชี่ยวชาญในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดำเนินธุรกิจในประเทศจีนมายาวนานกว่า 30 ปี ผ่านสาขาในเมืองเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น เฉิงตู และฮ่องกง ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและสนับสนุนธุรกิจข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน ซู่ เจี้ยนฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและกลุ่มหุ้นส่วนของ PingPong กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกลยุทธ์การขยายธุรกิจระดับโลกของ PingPong โดยการผสานเครือข่ายการชำระเงินระดับสากลเข้ากับความเชี่ยวชาญของ KBank ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจ พร้อมต่อยอดการเติบโตของลูกค้าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
สำหรับ PingPong ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินสำหรับการค้าระหว่างประเทศ มีจุดเด่นด้านระบบประมวลผลแบบ Real-Time ค่าธรรมเนียมโปร่งใส และเครือข่ายใบอนุญาตมากกว่า 60 ใบทั่วโลก ปัจจุบันมีสำนักงานกว่า 40 แห่งทั่วโลก ทีมงานมากกว่า 1,500 คน และมียอดธุรกรรมสะสมมากกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับทั้งองค์กรขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจดิจิทัลที่ต้องการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
![]()














