เอสซีจี (SCG) ตอกย้ำศักยภาพนวัตกรรมการก่อสร้างแห่งอนาคต ผ่านเทคโนโลยี SCG 3D Printing ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง หรือ “บ้านปะการัง” ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์คอนกรีตสามมิติ ติดตั้งใต้ทะเลบริเวณเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล พร้อมสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดสู่โซลูชันด้านงานก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และงานออกแบบเฉพาะทางได้อย่างหลากหลาย
โครงการดังกล่าวต่อยอดจากความร่วมมือระหว่างเอสซีจี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ดำเนิน “โครงการรักษ์ทะเล” มาตั้งแต่ปี 2563 โดยปัจจุบันได้ติดตั้งบ้านปะการังแล้วกว่า 2,000 ชิ้น ครอบคลุมพื้นที่ทะเลสำคัญหลายแห่งทั่วประเทศ สะท้อนการนำนวัตกรรมมาสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.จาชชัว แพส Chief New Business Officer เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า เอสซีจีเชื่อว่านวัตกรรมที่ดีต้องสร้างคุณค่าให้กับทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน ความร่วมมือกับ ททท. ในครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและการสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ “บ้านปะการัง” ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนศักยภาพของ SCG 3D Printing ในการผลิตโครงสร้างที่ออกแบบเฉพาะตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยเทคโนโลยีเดียวกันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานโครงสร้างพื้นฐาน งานภูมิสถาปัตยกรรม งานด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงการเฉพาะทางของภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
ปัจจุบัน SCG 3D Printing ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบการพิมพ์และวัสดุ 3D Printing Mortar สูตร Low Carbon ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า และรองรับการสร้างชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือออกแบบเฉพาะด้านได้อย่างแม่นยำ
ด้านคุณกัลยา วรุณโณ VP – Future Construction, New Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า จุดแข็งของ SCG 3D Printing คือการเชื่อมโยงการออกแบบดิจิทัลเข้ากับกระบวนการผลิตจริง ทำให้สามารถสร้างชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อนโดยไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบการก่อสร้างแบบเดิม อีกทั้งยังช่วยลดขั้นตอนการผลิต ลดการใช้แบบหล่อ ลดการสูญเสียวัสดุ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม งานภูมิสถาปัตยกรรม งานสาธารณูปโภค งานโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องการการออกแบบเฉพาะพื้นที่
การร่วมสนับสนุนกิจกรรม “TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย” ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการนำนวัตกรรมมาช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของ SCG 3D Printing ในฐานะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชันด้านการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
![]()














