สิงคโปร์, 2 กรกฎาคม 2569 – ลักซ์ชัวรี่ กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Luxury Group by Marriott International) เผยผลวิจัยล่าสุดที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดการท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยระบุว่า “Gen Z” กำลังเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของอุตสาหกรรม พร้อมลบภาพจำเดิมที่มองว่าคนรุ่นนี้มีพฤติกรรมเหมือนกันทั้งหมด
ผลการศึกษาจากนักเดินทางผู้มีฐานะทางการเงินสูงจำนวน 2,800 คน ใน 8 ประเทศของเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Z อายุ 18-29 ปี จำนวน 1,200 คน พบว่า ความหรูหราในมุมมองของคนรุ่นใหม่ไม่ได้ถูกวัดจากความฟุ่มเฟือยเพียงอย่างเดียว แต่ให้คุณค่ากับ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” สุขภาวะ วัฒนธรรม ความเป็นส่วนตัว และอัตลักษณ์ของตนเองมากขึ้น
โอริออล มอนทัล (Oriol Montal) รองประธานฝ่ายลักซ์ชัวรี่ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) กล่าวว่า ปัจจุบันความหรูหราไม่ได้มีมาตรฐานเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง โดย Gen Z ที่มีกำลังซื้อสูงไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภคการท่องเที่ยวลักซ์ชัวรี่ แต่กำลังเป็นผู้กำหนดทิศทางใหม่ของตลาด ผ่านความต้องการด้านความหมาย สุขภาพ และการเชื่อมโยงกับผู้คนและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
รายงานยังพบว่า Gen Z กำลังก้าวจากการเป็น “ผู้ติดตาม” มาเป็น “ผู้ออกแบบประสบการณ์การเดินทาง” ด้วยตัวเอง โดยมากกว่าครึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง และเกือบครึ่งวางแผนทุกขั้นตอนด้วยตนเอง
ขณะที่ปัจจัยสำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทาง ได้แก่
87% ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่น
86% สนใจประสบการณ์ด้านอาหาร
86% ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ
85% ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ (Wellness)
นอกจากนี้ 23% ของ Gen Z เริ่มใช้เทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือช่วยค้นหาแรงบันดาลใจและวางแผนการเดินทาง สะท้อนบทบาทของ AI ที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เปิด 4 กรอบความคิด “Luxury Mindsets” ของ Gen Z
ผลวิจัยแบ่งนักเดินทาง Gen Z ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. The Connoisseur Traditionalist (34%) กลุ่มที่ยังเชื่อมั่นในความหรูหราแบบดั้งเดิม ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของแบรนด์ โรงแรมระดับโลก การบริการเหนือระดับ สิทธิประโยชน์ VIP และการวางแผนทริปอย่างพิถีพิถัน
2. The Future Proofer (30%) มองว่าการเดินทางคือการลงทุนด้านสุขภาพระยะยาว เน้น Wellness การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ พร้อมยอมจ่ายเพิ่มเพื่อบริการด้านสุขภาพและโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
3. The Quiet Luxurist (20%) เลือกความเงียบสงบมากกว่าความโดดเด่น ต้องการหลีกหนีโลกดิจิทัล มองหาจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่นิยม โรงแรมบูติก และพื้นที่ส่วนตัว เพื่อใช้เวลากับตัวเองอย่างแท้จริง
4. The Cultural Reclaimer (16%) ให้คุณค่ากับการเดินทางที่เชื่อมโยงกับรากเหง้า วัฒนธรรม และครอบครัว มองว่าการท่องเที่ยวคือการค้นหาตัวตนและสร้างความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด มากกว่าการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย
รายงานยังชี้ว่า ภาพรวมของตลาดท่องเที่ยวลักซ์ชัวรี่ในเอเชียแปซิฟิกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ นักเดินทางเลือกเดินทางน้อยครั้งลง แต่ใช้เวลาพักผ่อนในแต่ละทริปนานขึ้น โดยระยะเวลาเฉลี่ยของการท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มจาก 7 คืน เป็น 9 คืน สะท้อนแนวโน้มที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของประสบการณ์” มากกว่าจำนวนครั้งในการเดินทาง
ทั้งนี้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ความสำเร็จของธุรกิจลักซ์ชัวรี่ในอนาคต จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างนิยามความหรูหราเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเข้าใจความหลากหลายของนักเดินทาง และออกแบบประสบการณ์ที่มีความหมาย ตรงกับค่านิยม และความต้องการเฉพาะบุคคลของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
![]()















