สสส. ชี้แจงข้อมูลการซื้อพื้นที่สื่อรณรงค์ ยืนยันดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างกับเจ้าของพื้นที่โดยตรงตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ และระเบียบภาครัฐ 100% ระบุกรณีพื้นที่ BEM ทำสัญญาโดยตรง พร้อมได้รับพื้นที่เสริมตอม่อ 18 ป้าย เผยแพร่ 12 เดือนโดยไม่คิดมูลค่า ขณะที่งบสื่อรณรงค์ทุกประเภทอยู่ที่ราว 220 ล้านบาทต่อปี แต่ Nielsen Media Monitor ประเมินมูลค่าประชาสัมพันธ์ปี 2568 สูงถึง 1,703 ล้านบาท พร้อมขอบคุณพันธมิตร MRT–BTS–กทม.–กรมท่าอากาศยาน และภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเปิดพื้นที่สร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โพสต์ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับป้ายโฆษณากลางแจ้งของ สสส. ในประเด็นรณรงค์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีการระบุว่า สสส. ไม่ได้จ่ายเงินซื้อพื้นที่โฆษณาโดยตรงกับบริษัทเจ้าของจอ แต่จ่ายผ่านมูลนิธิ องค์กร หรือหน่วยงานที่ขอรับทุนไปดำเนินการ จึงไม่อยู่ภายใต้ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
ดร.ประกาศิตยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดย สสส. ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยตรงกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง ทำให้ได้พื้นที่สำหรับเผยแพร่สื่อรณรงค์บริเวณรถไฟฟ้า ป้าย Bangkok Pier ตอม่อ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณตอม่อจำนวน 18 ป้าย เป็นพื้นที่เสริมที่ ไม่คิดมูลค่า และมีระยะเวลาเผยแพร่ 12 เดือน ภายใต้แนวคิดการสร้างประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการสื่อสารที่นำไปสู่พฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นของประชาชน
ย้ำสื่อรณรงค์ สสส. ผ่านจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100%
ดร.ประกาศิตระบุว่า การดำเนินงานด้านสื่อรณรงค์ทุกประเภทของ สสส. ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง
กระบวนการประกอบด้วยการแต่งตั้ง คณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือก ตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนด ทั้งด้านราคาและข้อเสนอทางเทคนิค ตลอดจนมี คณะกรรมการตรวจรับ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด
พร้อมระบุว่า ในแต่ละปี สสส. ใช้งบประมาณด้านการรณรงค์ ไม่ถึง 5% ของงบประมาณทั้งหมด การที่ประชาชนสามารถเห็นและเข้าถึงสื่อรณรงค์ได้อย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งเกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรที่เสนอราคาพิเศษต่ำกว่าการให้บริการแก่ภาคเอกชนทั่วไป รวมถึงสื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนพื้นที่ประชาสัมพันธ์
ขอบคุณ MRT–BTS–กทม.–สนามบิน 22 จังหวัด ร่วมเปิดพื้นที่
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้สื่อรณรงค์เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก คือความร่วมมือจากพันธมิตรหลายภาคส่วนที่เปิดพื้นที่เพื่อร่วมขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพ
ตัวอย่างเช่น กรมท่าอากาศยาน ที่สนับสนุนพื้นที่สื่อสารรณรงค์ภายในสนามบินใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่ กรุงเทพมหานคร สนับสนุนพื้นที่ศาลาที่พักรอรถโดยสารประจำทางสาธารณะในสังกัด รวมถึงพื้นที่ของ MRT, BTS และพันธมิตรอื่น ๆ ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน
ดร.ประกาศิตจึงกล่าวขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนพื้นที่และช่องทางการสื่อสาร ทำให้การรณรงค์ด้านสุขภาพสามารถเข้าถึงประชาชนได้ในวงกว้าง โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณซื้อสื่อในมูลค่าเต็มตามราคาตลาดทั้งหมด
ใช้งบสื่อ 220 ล้าน สร้างมูลค่าประชาสัมพันธ์ 1,703 ล้านบาท
ดร.ประกาศิตเปิดเผยตัวเลขการประเมินมูลค่าการใช้สื่อของ Nielsen Media Monitor ในปี 2568 ซึ่งพบว่า สสส. มีมูลค่าการประชาสัมพันธ์สูงถึง 1,703 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ สสส. ใช้สำหรับการสื่อสารรณรงค์ผ่านสื่อทุกประเภทประมาณ 220 ล้านบาทต่อปี เท่ากับว่ามูลค่าการประชาสัมพันธ์ที่ได้รับสูงกว่างบสื่อที่ใช้ประมาณ 7.7 เท่า
ขณะเดียวกัน ผลการประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญรณรงค์ในช่วงปี 2568–2569 ระบุว่า แคมเปญส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและพฤติกรรม 84.59%
ดร.ประกาศิตยืนยันว่า สสส. ยังคงยึดเจตนารมณ์การทำงานด้วยความ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนไทย พร้อมเปิดรับคำวิจารณ์และข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการทำงาน
อย่างไรก็ตาม หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือปราศจากข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดหรือสาเหตุอื่น ในฐานะเจ้าหน้าที่ สสส. ที่รับผิดชอบงานด้านการสื่อสาร จำเป็นต้องชี้แจงเพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
![]()













