บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ปิดการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนทั่วไปอย่างคับคั่ง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพธุรกิจและฐานะการเงิน พร้อมนำเงินชำระคืนหนี้และต่อยอดการเติบโตระยะยาว
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย หลังได้รับการตอบรับอย่างคับคั่งจากผู้ลงทุนทั่วไป สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ความแข็งแกร่งทางการเงิน และแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของบริษัทฯ ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส และบริษัทขนส่งทางรางที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ 1 ของโลกด้านความยั่งยืน
นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ซึ่งเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่และอายุหุ้นกู้แตกต่างกัน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุน
หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.20% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.55% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572 และหุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 โดยชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้
การเสนอขายเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 25 และ 28–29 กันยายน 2569 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และกำหนดวันออกหุ้นกู้วันที่ 30 กันยายน 2569
สำหรับหุ้นกู้ครั้งนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ และหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “BBB+” ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Investment Grade โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต “ลบ” เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569
อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้จากสัญญาจ้างให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) ระยะยาว รวมถึงกระแสเงินสดรับจากการลงทุนในสัดส่วน 33.33% ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) และสถานะทางธุรกิจที่มั่นคงในธุรกิจสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญที่ช่วยลดความผันผวนและสนับสนุนความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ยังมีประสบการณ์ในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 26 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อมั่นที่ผู้ลงทุนมีต่อบริษัทฯ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินชั้นนำทั้ง 13 แห่ง ในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารออมสิน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ และบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย)
นางสาวชวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ไปใช้ชำระคืนหนี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ขณะเดียวกัน บีทีเอส กรุ๊ปฯ ยังมีความพร้อมในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อรองรับมาตรการตั๋วร่วม โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟฟ้าและการดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงการขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
สำหรับ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ MOVE, MIX และ MATCH และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings และเป็นสมาชิกดัชนี SETESG Index, MSCI Asia Pacific, FTSE4Good และ Dow Jones Sustainability Index (DJSI) พร้อมมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัท Net Zero ภายในปี 2593
![]()













