กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำเชิงรุก หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลเข้าสู่ลุ่มเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2569 สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,777 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาคงการระบายน้ำที่ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมผู้บริหารกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท พร้อมกำชับให้บริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ โดยทยอยยกระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อช่วยชะลอน้ำ ควบคู่กับการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งเต็มศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้แจ้งเตือนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมความพร้อมรับมือได้ทันเวลา
แม้ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 24–27 กันยายน 2569 ภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำและระดับน้ำในลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีก จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
กรมชลประทานย้ำว่า การบริหารน้ำจะพิจารณาจากปริมาณน้ำฝน น้ำท่า และแนวโน้มสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของประชาชนและอาคารชลประทาน พร้อมเตรียมมาตรการรองรับและแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนให้มากที่สุด
![]()














