SCGD เดินเกมรุกสร้างการเติบโตระยะยาว ทุ่มเงินลงทุนรวมกว่า 200 ล้านบาท เปิดเกม 2 ธุรกิจใหม่ ทั้งลงทุน 157 ล้านบาท ถือหุ้น 40% ใน “Jubin Bagus” ผู้ค้าปลีก–ค้าส่งกระเบื้องรายใหญ่ในมาเลเซีย และลงทุนอีก 41 ล้านบาท รับโอนธุรกิจ “dooDeco” จากกลุ่ม SCC บุกตลาดออกแบบ–ตกแต่งภายในครบวงจร รับเทรนด์ Renovation และตลาดที่อยู่อาศัยไทย พร้อมต่อยอดเครือข่ายวัสดุตกแต่ง–สุขภัณฑ์ สร้างการเติบโตตลอดห่วงโซ่คุณค่าในอาเซียน
กรุงเทพฯ 17 สิงหาคม 2569 – SCGD เดินหน้าสร้างการเติบโตระยะยาว ประกาศลงทุนรวมกว่า 200 ล้านบาท ขยายธุรกิจใหม่ใน 2 ตลาดสำคัญ ได้แก่ การขยายธุรกิจกระเบื้องเซรามิกในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกประเทศมาเลเซีย และการเข้าสู่ธุรกิจ ออกแบบและตกแต่งภายในแบบครบวงจร หรือ Interior Solutions ในประเทศไทย
การลงทุนครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากธุรกิจหลักของ SCGD ทั้งวัสดุตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ ไปสู่การเข้าถึงผู้บริโภคและช่องทางจำหน่ายโดยตรงมากขึ้น พร้อมรับโอกาสจากแนวโน้มการปรับปรุงที่อยู่อาศัย หรือ Renovation และการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย
ทุ่ม 157 ล้านบาท ถือหุ้น “Jubin Bagus” 40% บุกตลาดมาเลเซีย
สำหรับธุรกิจแรก SCGD ใช้เงินลงทุน 157 ล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 40% ใน Jubin Bagus ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และจัดจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกในประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมากกว่า 30 ปี
ดีลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพของ SCGD ในการเข้าถึงตัวแทนจำหน่ายและผู้บริโภคในมาเลเซีย ซึ่งถือเป็น ตลาดกระเบื้องขนาดใหญ่อันดับ 5 ของอาเซียน
นอกจากการเข้าไปถือหุ้นแล้ว SCGD ยังมีแผนลงทุนขยายสาขาร้านค้าปลีก เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าและสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายทั้งกระเบื้องเซรามิก รวมถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มของบริษัทในตลาดมาเลเซีย
การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายฐานธุรกิจของ SCGD ในอาเซียน โดยอาศัยเครือข่ายและความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นของ Jubin Bagus มาช่วยเสริมศักยภาพด้านการจัดจำหน่าย
อีก 41 ล้านบาท รับโอน “dooDeco” บุก Interior Solutions
ขณะเดียวกัน SCGD ใช้เงินลงทุนอีก 41 ล้านบาท รับโอนธุรกิจ dooDeco ผู้ให้บริการออกแบบ ตกแต่งภายใน และติดตั้งแบบครบวงจร ภายใต้กลุ่ม SCC เพื่อเข้าสู่ตลาด Interior Solutions ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มสูง
บริการของ dooDeco ครอบคลุมตั้งแต่ งานออกแบบ งาน Built-in งาน Fit-in ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว รองรับทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย
การเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวสอดรับกับแนวโน้มความต้องการปรับปรุงและตกแต่งที่อยู่อาศัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ SCGD ขยายบทบาทจากผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุตกแต่ง ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น
ใช้ dooDeco เจาะตรงลูกค้าปลายทาง เก็บอินไซต์พัฒนาสินค้า
อีกหนึ่งประโยชน์สำคัญจากการรับโอน dooDeco คือ การทำให้ SCGD สามารถ เข้าถึงลูกค้าปลายทางโดยตรง และเข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ ตลอดจน Pain Point ของผู้บริโภคได้มากขึ้น
ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับสามารถนำกลับมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ตลาด โดย SCGD จะผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและติดตั้งของ dooDeco เข้ากับจุดแข็งของบริษัท ทั้ง วัสดุตกแต่งพื้นผิว สุขภัณฑ์ ช่องทางจัดจำหน่าย และเครือข่ายลูกค้าในภูมิภาค
โมเดลดังกล่าวจะช่วยต่อยอดจากการขายสินค้าไปสู่การส่งมอบโซลูชันด้านการอยู่อาศัยที่มีมูลค่าเพิ่ม และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ Interior Solutions ในระยะยาว
เปิดเกม 2 ธุรกิจ เสริมแกร่งตั้งแต่ช่องทางขายถึงโซลูชันครบวงจร
การลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจของ SCGD ผ่าน 2 กลยุทธ์คู่ขนาน โดยฝั่งอาเซียนมุ่งเพิ่มความแข็งแกร่งของช่องทางจำหน่ายและฐานลูกค้ากระเบื้องในมาเลเซีย ขณะที่ประเทศไทยมุ่งขยายเข้าสู่ตลาดบริการออกแบบและตกแต่งภายในครบวงจร
SCGD มองว่าการขยายธุรกิจทั้งสองส่วนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่าย การเข้าใจความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงการส่งมอบโซลูชันด้านการอยู่อาศัยแบบครบวงจร
พร้อมเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัท และสร้างฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว
![]()













