ออมสิน ผนึกกำลัง กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ช่วยลดภาระหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดีเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 โดยคงเงินงวดเดิม แต่เพิ่มสัดส่วนการตัดเงินต้น ช่วยให้หนี้ลดเร็วและระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง
วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) ณ กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถลดภาระหนี้และบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายใต้โครงการฯ ธนาคารออมสินจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.-ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งมีสถานะปกติและผ่อนชำระดี เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 จากเดิม 4% ต่อปี จากนั้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR – 2% ต่อปี โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม
จุดสำคัญของมาตรการคือ ลูกหนี้ยังชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินในงวดที่เคยนำไปชำระดอกเบี้ยจะถูกนำไปตัดเงินต้นมากขึ้น ส่งผลให้ยอดเงินต้นลดลงเร็วขึ้น และช่วยร่นระยะเวลาการเป็นหนี้ให้สั้นลง
นายทรงพล กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือนยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ธนาคารออมสินจึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค./ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2548-2558 จำนวนกว่า 280,000 บัญชี ที่ยังมีภาระหนี้ ธนาคารจึงเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยลูกหนี้ที่รักษาวินัยทางการเงินให้สามารถลดภาระหนี้และปิดหนี้ได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ครูที่ยังไม่เข้าเกณฑ์สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้และกลับมาชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ก่อนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือหนี้ครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรของรัฐ การช่วยชำระหนี้เพื่อปิดบัญชี การลดอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือและชะลอกระบวนการทางกฎหมาย ส่งผลให้มีครูได้รับประโยชน์และสามารถปิดหนี้แล้วกว่า 140,000 บัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 120,000 ล้านบาท
สำหรับการเข้าร่วมโครงการ ธนาคารออมสินจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผ่าน SMS จดหมาย และการแจ้งเตือนบนแอป MyMo โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
1. กลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ (ผ่อนชำระดี)
ผู้ที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค./ช.พ.ส. และได้รับแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน
สำหรับผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค./ช.พ.ส. และประสงค์เข้าร่วมโครงการ จะต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนลงทะเบียนกับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
2. กลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อนเข้าโครงการ
ได้แก่ ลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารกำหนด มีสถานะทางกฎหมาย สัญญาครบกำหนดในปี 2569 หรือมีสถานะเป็นหนี้ค้างชำระ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยหากชำระหนี้ดีติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน
โครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” มุ่งลดภาระดอกเบี้ยและช่วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น ปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น และก้าวสู่ความมั่นคงทางการเงิน สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือ GSB Contact Center โทร. 1115
![]()













