เปิดวิกฤตแรงงานไทยสูญเสียโอกาสทางรายได้กว่า 3.3 ล้านล้านบาท หรือ 20.1% ของ GDP ชี้ทางออกด้วยการสร้างระบบนิเวศทักษะที่เชื่อมรัฐ–เอกชน–แรงงาน พร้อมเปิดตัว ‘Conicle Skills’ ขับเคลื่อนการพัฒนาคนด้วย AI และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่แรงงานไทยนับสิบล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SME ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ ทั้งต้นทุน เวลา และการเข้าถึงระบบพัฒนาทักษะที่มีมาตรฐาน ส่งผลให้การพัฒนาคนยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การสร้าง “ทักษะจริง” หรือ Real Skills ที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพและยกระดับรายได้ของแรงงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
งานวิจัย ASAT (Adult Skills Assessment in Thailand) ชี้ว่า ประเทศไทยกำลังสูญเสียโอกาสทางรายได้ของแรงงานสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 20.1% ของ GDP ของประเทศในปี 2024 สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับโฉมระบบพัฒนาทักษะแรงงานให้ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่
ผนึกภาครัฐ–เอกชน สร้าง Skills Ecosystem เดียวกัน
เพื่อค้นหาทางออกให้กับวิกฤตแรงงานไทย นายนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคนิเคิล จำกัด ในฐานะผู้นำองค์กรเอกชนด้านการพัฒนาคน ได้เดินหน้าเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ เข้าสู่ระบบนิเวศเดียวกัน ผ่านเวทีเสวนาหัวข้อ “Shaping Thailand’s Skills-Based Workforce Ecosystem” ภายในงาน Conicle Connect 2026
เวทีดังกล่าวนำโดย นายจิตรพงศ์ พุ่มสะอาด ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (DSD), นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถานประกอบการและการอบรมด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) และ นายวรพล แวววรวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Conicle ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการยกระดับทักษะแรงงานไทย
ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดรับกับการเปิดตัว “Conicle Skills” แพลตฟอร์มเจเนอเรชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Workforce Readiness และผลักดันการพัฒนาทักษะสู่ระบบนิเวศที่ยึด “คน” เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
DSD ชี้ “การเข้าไม่ถึง” คือโจทย์ใหญ่ เร่ง One Platform เชื่อมโอกาสการเรียนรู้
นายจิตรพงศ์ พุ่มสะอาด กล่าวว่า แรงงานไทยยังมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้อีกมาก โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ต้องการฝึกอบรม กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาส และกลุ่มที่ภาครัฐจำเป็นต้องให้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
อุปสรรคสำคัญของแรงงานรายได้น้อยคือข้อจำกัดด้านเงิน เวลา และอุปกรณ์ แม้การเรียนออนไลน์จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง แต่ทักษะจำนวนมาก โดยเฉพาะงานช่างฝีมือ ยังจำเป็นต้องใช้เครื่องมือและการฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง
“ประเทศไทยไม่ได้ขาดหลักสูตร สิ่งที่เราขาดจริง ๆ คือหลักสูตรที่นำไปสู่ทักษะจริง เพิ่ม Productivity และช่วยให้ผู้เรียนสร้างรายได้สูงขึ้น รวมถึงระบบที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้จากจุดเดียว โดยไม่ต้องตามหาหลักสูตรจากหลายแห่ง”
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงพัฒนา Marketplace ขนาดใหญ่ภายใต้โครงการ “One Platform for Skill Development” ซึ่งเตรียมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายนนี้ ปัจจุบันรวบรวมผู้ให้บริการฝึกอบรมแล้วกว่า 30 ราย และมีหลักสูตรพร้อมใช้งาน 944 หลักสูตร ตั้งเป้าขยายเป็น 3,000 หลักสูตรภายใน 3 ปี
โดย Conicle เป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่ให้บริการหลักสูตรมากกว่า 300 หลักสูตร ขณะที่แพลตฟอร์มดังกล่าวยังช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยสถานประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และหากจัดอบรมออนไลน์ควบคู่กับเวิร์กชอปภาคปฏิบัติ ยังสามารถนำจำนวนผู้เข้าร่วมไปคำนวณเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย
นายจิตรพงศ์ย้ำว่า หัวใจสำคัญของระบบนิเวศการพัฒนาทักษะคือการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แรงงานต้องเริ่มจากการตระหนักรู้และประเมินตนเองว่าขาดทักษะด้านใด ก่อนเลือกเส้นทางการเรียนรู้ให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง เพราะแม้คนสองคนจะเรียนเนื้อหาเดียวกัน แต่กระบวนการพัฒนาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกัน
การพัฒนาทักษะจึงต้องครอบคลุมทั้ง Learn, Relearn และ Unlearn เพื่อสร้างทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานจริง และต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง
TPQI เร่งกระจายโอกาสสู่ SME 3 ล้านราย หนุนมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ
ด้าน นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศอยู่ที่แรงงานไทยกว่า 10–20 ล้านคน กระจุกตัวอยู่ในธุรกิจ SME ซึ่งมีจำนวนมากถึง 3 ล้านรายทั่วประเทศ ทำให้แรงงานจำนวนไม่น้อยยังเข้าถึงการอบรมและการพัฒนาทักษะตามมาตรฐานได้ยากกว่าพนักงานในองค์กรขนาดใหญ่
ภาครัฐจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมให้สถานประกอบการทุกระดับสามารถพัฒนาศักยภาพบุคลากรได้อย่างต่อเนื่อง
“TPQI มีเป้าหมายหลักในการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อผลักดันการฝึกทักษะอย่างเป็นระบบ เราเน้นกระบวนการพัฒนาตามโมเดล KAS หรือสัดส่วน 10-20-70 ซึ่งให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติจริงถึง 70% เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเรียนจบแล้ว แรงงานจะสามารถนำความรู้ไปใช้ทำงานได้จริง”
TPQI ยังได้ร่วมมือกับ Conicle ริเริ่มโครงการนำร่องสนับสนุนธุรกิจ SME ที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน ให้สามารถพัฒนาทักษะผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างยืดหยุ่นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นายพิริยพงศ์มองว่า ท่ามกลางแพลตฟอร์มการเรียนรู้จำนวนมาก สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างคือ “คุณภาพของการฝึกอบรม” ทั้งความถูกต้องของเนื้อหา วิธีการถ่ายทอดของผู้สอนหรือครีเอเตอร์ และการเชื่อมโยงกับมาตรฐานกลางของประเทศ
เมื่อแรงงานมีพื้นฐานทักษะที่เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว หลักสูตรต้องสามารถเปิดทางให้ผู้เรียนต่อยอดสู่ความเชี่ยวชาญในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานและผู้ประกอบการ SME อย่างเป็นรูปธรรม
AI พลิกการเรียนรู้ สู่การ “พิสูจน์ทักษะจริง”
นายวรพล แวววรวิทย์ กล่าวว่า Conicle กำลังยกระดับการเรียนรู้ให้ก้าวข้ามรูปแบบเดิมที่ผู้เรียนเพียงนั่งดูวิดีโอ สู่การสร้างกระบวนการที่กระตุ้นให้เกิดการ “ลงมือทำ” โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยปิดจุดอ่อนด้านการวัดและประเมินผลของการเรียนออนไลน์
ผู้เรียนสามารถบันทึกวิดีโอระหว่างฝึกปฏิบัติและส่งเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้องในเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการทดสอบในสถานที่จริง ซึ่งช่วยให้การพัฒนาทักษะไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเรียนรู้ แต่สามารถก้าวไปสู่การพิสูจน์ความสามารถและสร้างหลักฐานของทักษะได้อย่างเป็นรูปธรรม
Conicle ยังมุ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานกลับไปยังภาครัฐ เพื่อให้ข้อมูลจากภาคธุรกิจถูกนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและพัฒนามาตรฐานทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
การสร้าง Skills-Based Workforce Ecosystem ให้เกิดผลอย่างแท้จริง จึงต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อเชื่อมกระบวนการเรียนรู้ การรับรองทักษะ และความต้องการของตลาดแรงงานให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
ความร่วมมือระหว่าง DSD, TPQI และ Conicle จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพลิกโฉมการพัฒนากำลังคนไทย จากระบบที่ต่างฝ่ายต่างดำเนินการ สู่การสร้างระบบนิเวศทักษะที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้แรงงานไทยทุกระดับเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง มีทักษะที่ตรงกับโลกการทำงาน และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของอนาคตได้อย่างยั่งยืน
องค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทั้งแบบรายทีมและรายบุคคล สามารถติดต่อทีม Conicle เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ Conicle หรือ Line Official Account ของบริษัท
![]()














