Monday, August 31, 2026
9-PRU
previous arrow
next arrow
Homeภาครัฐ“ยศชนัน” ดันโมเดลเลิกเผา เป๋าตุง ดึงเอกชน 5 รายรับซื้อเศษวัสดุเกษตร 4 หมื่นตัน สร้างรายได้-สู้ PM2.5

“ยศชนัน” ดันโมเดลเลิกเผา เป๋าตุง ดึงเอกชน 5 รายรับซื้อเศษวัสดุเกษตร 4 หมื่นตัน สร้างรายได้-สู้ PM2.5

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนโมเดล “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง” ใช้กลไกตลาดเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน 5 บริษัท ลงนามรับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตรปริมาณรวม 40,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทต่อปี

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการสร้างตลาดรองรับเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีบริษัทเอกชนร่วมรับซื้อ ได้แก่ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น, บจก.สหโคเจน กรีน, บจก.กรีน ลีฟ พาวเวอร์, บจก.อีพีซี พลังงานยั่งยืน และ บจก.สยามวัฒนา เพื่อนำวัสดุเหลือใช้ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และพลังงานมูลค่าสูง ทั้งพลังงานชีวมวลอัดเม็ด เยื่อเชิงกลสำหรับบรรจุภัณฑ์ ไบโอชาร์ และฉนวนเส้นใย

แนวทางดังกล่าวมุ่งเปลี่ยน “เศษวัสดุไร้ค่า” ให้กลายเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้แก่เกษตรกร พร้อมลดแรงจูงใจในการเผา ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมองว่า หากเกษตรกรสามารถขายเศษวัสดุและมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน การเลิกเผาจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า การแก้ปัญหา PM2.5 จำเป็นต้องแก้ที่ต้นเหตุและต้องคำนึงถึงบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ แม้ในช่วงเดือนสิงหาคมคุณภาพอากาศภาคเหนือจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่จำเป็นต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทันก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤตฝุ่นในเดือนธันวาคม โดยหัวใจสำคัญคือการทำให้ประชาชนเห็นว่า “การเลิกเผาสามารถสร้างรายได้ได้จริง”

สำหรับโครงการ “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง” มีผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานใน 8 เส้นทางนำร่องตลอด 4 เดือนแรก สามารถนำเศษวัสดุทางการเกษตรกลับคืนสู่ระบบได้แล้ว 330,000 กิโลกรัม และช่วยลดการเกิดฝุ่น PM2.5 ได้ 270 กิโลกรัม

ขณะเดียวกัน โครงการยังตั้งเป้าขยายผลครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือภายในระยะเวลา 5 ปี ดึงเศษวัสดุทางการเกษตรเข้าสู่ระบบรวม 200,000 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นพลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์รักษ์โลก คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 3,000 ล้านบาท และลดการเกิดฝุ่น PM2.5 สะสมได้ถึง 1.6 ล้านกิโลกรัม

การขับเคลื่อนโมเดลดังกล่าวยังมีการนำนวัตกรรมจากงานวิจัยมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ แผ่นคลุมดินชนิดยืดหยุ่น ไบโอชาร์จากวัสดุเหลือทิ้ง บล็อกประสานไบโอชาร์ ตลอดจนแผ่นคลุมดินและกระถางจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีต้นทุนต่ำและย่อยสลายได้จริง

ทั้งนี้ โมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” ถูกวางเป้าหมายให้เป็นต้นแบบการแก้ปัญหา PM2.5 อย่างครบวงจร โดยไม่เพียงมุ่งลดการเผา แต่ยังสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้เกษตรกร ผ่านการสร้างตลาดรับซื้อที่ชัดเจน เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิจัย และภาคเอกชน ก่อนขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วภาคเหนือและทั่วประเทศในอนาคต

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า