ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมถ่ายทอดมุมมองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ในหัวข้อ “Thailand Beyond Tomorrow : มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจ AMC” บนเวที TNN Future Forum โดยชี้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ กำลังซื้อ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร พร้อมมองว่า “ตลาดไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูป” และบทบาทของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC ต้องก้าวข้ามการบริหารหนี้และจำหน่ายทรัพย์ ไปสู่การนำคน ธุรกิจ และสินทรัพย์ที่หยุดนิ่งกลับมาสร้างคุณค่าและหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง
ดร.รักษ์ กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนยังคงมีอยู่ เพียงแต่พฤติกรรมและเงื่อนไขในการตัดสินใจซื้อเปลี่ยนไป จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจให้ความสำคัญกับความใหม่ของบ้าน ปัจจุบันคำถามสำคัญกลับเป็นเรื่อง “คุ้มค่าแค่ไหน ผ่อนไหวหรือไม่ และตอบโจทย์ชีวิตจริงเพียงใด”
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจึงไม่สามารถใช้แนวคิด One Size Fits All ได้อีกต่อไป เนื่องจากผู้สูงอายุ คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตลอดจนผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ มีรูปแบบการใช้ชีวิต ความต้องการ และข้อจำกัดทางการเงินแตกต่างกัน การพัฒนาและบริหารสินทรัพย์จึงต้องอาศัยความเข้าใจลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างทางเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป
ภายใต้บริบทดังกล่าว BAM เดินหน้าปรับบทบาท AMC ให้เป็นมากกว่าผู้บริหารหนี้และผู้จำหน่ายทรัพย์ โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 เครื่องยนต์สำคัญ ได้แก่
1. บริหาร NPL สร้างทางกลับและโอกาสเริ่มต้นใหม่
มุ่งบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL พร้อมสร้างแนวทางให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและเริ่มต้นชีวิตทางการเงินได้อีกครั้ง
2. ยกระดับ NPA สู่ “บ้านพร้อมอยู่”
เปลี่ยนมุมมองจากทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ให้กลายเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้มากขึ้น ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์ให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เหมาะสม
3. ขยายศักยภาพผ่าน JV AMC
เดินหน้าสร้างความร่วมมือผ่านธุรกิจร่วมทุน หรือ JV AMC เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารสินทรัพย์ และรองรับโครงสร้างตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง
4. ใช้ Data, AI และ People ผ่าน BAMX
นำข้อมูล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และศักยภาพของบุคลากรมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้กระบวนการมีความรวดเร็วและแม่นยำขึ้น พร้อมทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ลึกยิ่งกว่าเดิม
ดร.รักษ์ กล่าวว่า เป้าหมายของ BAM ไม่ได้อยู่เพียงการทำให้หนี้ได้รับการบริหารจัดการ หรือทำให้ทรัพย์ถูกจำหน่ายออกไป แต่คือการทำให้ “คน ธุรกิจ ทรัพย์ และเงินทุน” กลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง เพราะเมื่อสิ่งที่เคยหยุดนิ่งกลับมาสร้างคุณค่า ย่อมก่อให้เกิดโอกาสใหม่ทั้งกับลูกค้า สังคม และระบบเศรษฐกิจ
สำหรับแนวคิด “Thailand Beyond Tomorrow” จึงไม่ใช่เพียงการคาดการณ์ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่คือการเตรียมพร้อมและลงมือสร้างอนาคตตั้งแต่วันนี้ โดย BAM เชื่อว่าอนาคตที่ดีที่สุดอาจไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่ หากแต่ต้องมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ยังมีศักยภาพ และไม่ทิ้งคน ธุรกิจ หรือทรัพย์ใดไว้ข้างหลัง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนภารกิจของ BAM ภายใต้แนวคิด “ฟื้นคน ฟื้นทรัพย์ ฟื้นเศรษฐกิจ” พร้อมยกระดับบทบาทจาก Asset Management Company ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทย เพื่อช่วยปลดล็อกศักยภาพที่หยุดนิ่ง และส่งต่อโอกาสให้กลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง
![]()














