ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ตอกย้ำความแข็งแกร่งและเสถียรภาพ หลัง “ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย)” ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ประจำปี 2569 ที่ระดับ “AAA(tha)” พร้อมคงอันดับเครดิตระยะสั้นที่ “F1+(tha)” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของอันดับเครดิตภายในประเทศ และรักษาระดับดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ตั้งแต่ปี 2556-2569
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank เปิดเผยว่า ผลการจัดอันดับเครดิตครั้งนี้สะท้อนมุมมองของฟิทช์ฯ ที่มีต่อ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกระทรวงการคลังถือหุ้นในสัดส่วน 99.4% สะท้อนถึงสถานะที่มั่นคง แข็งแกร่ง และมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกของภาครัฐในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย
ฟิทช์ฯ ยังมองว่า รัฐบาลจะยังคงให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะยาว เนื่องจากเป็นฐานรากสำคัญของระบบเศรษฐกิจ พร้อมให้การสนับสนุน SME D Bank อย่างต่อเนื่อง ด้วยพันธกิจที่ชัดเจนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญความท้าทายและผู้ประกอบการบางส่วนมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินทั่วไป
“ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” เคียงข้างเอสเอ็มอีในทุกสถานการณ์
SME D Bank ยังคงเดินหน้าบทบาทในการเป็น “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ด้วยแนวทาง “พัฒนาคู่เติมทุน” ที่ผสานทั้งการสนับสนุนด้านการเงินและการพัฒนาธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัว เพิ่มศักยภาพ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ด้าน “การเงิน” ธนาคารเดินหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อตามนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาล เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ บรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ลดต้นทุน และยกระดับธุรกิจสู่ธุรกิจสีเขียว โดยมีสินเชื่อสำคัญ อาทิ
สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท
สินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท
สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท
ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี ภายใต้เงื่อนไขของแต่ละโครงการ
ขณะเดียวกัน ด้าน “การพัฒนา” SME D Bank ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ Upskill-Reskill การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มรายได้ การขยายตลาด ตลอดจนการวางรากฐานธุรกิจเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการปรับตัวสู่ Green Business และการเติบโตอย่างยั่งยืน
ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และบริการต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม Onsite ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี รวมถึงช่องทาง Online ผ่าน “แพลตฟอร์ม DX” ที่ช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงความรู้ เครื่องมือ และบริการที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจได้สะดวก รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
การได้รับการจัดอันดับเครดิต AAA(tha) และ F1+(tha) ต่อเนื่อง 14 ปี จึงไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่งของ SME D Bank แต่ยังตอกย้ำบทบาทของธนาคารในฐานะกลไกสำคัญของภาครัฐที่พร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในทุกสถานการณ์ พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาส เติมทุน และพัฒนาศักยภาพ เพื่อผลักดันธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
![]()














