การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงาน ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แนวคิด “Just Transition” หรือการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในงาน ESG Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “ASEAN in Action: Powering Inclusive Green Transition” เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ SCG โดยนำเสนอแนวทางการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (SMEs และ MSMEs) ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุน ความรู้ และทรัพยากร
💚 เปิดกรอบ Just Transition Financing เชื่อมเงินทุนสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
Boston Consulting Group (BCG), World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) และ Council for Inclusive Capitalism ร่วมกันพัฒนา “Just Transition Financing Framework” เพื่อออกแบบโครงสร้างทางการเงินที่เชื่อมโยงแหล่งเงินทุนกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
กรอบดังกล่าวประกอบด้วย 7 องค์ประกอบสำคัญ ตั้งแต่แหล่งเงินทุน ประเภทของทุน ตัวกลางและพันธมิตร กลไกสนับสนุน ผู้รับเงินทุน ผู้ได้รับประโยชน์ปลายทาง ไปจนถึงวัตถุประสงค์การใช้เงินทุน ครอบคลุมตั้งแต่เงินให้เปล่า เงินอุดหนุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี ทุนตามกลไกตลาด ตลอดจนเครื่องมืออย่าง Blended Finance การร่วมทุนภาครัฐและเอกชน และความช่วยเหลือด้านเทคนิค
เป้าหมายสำคัญคือการทำให้เงินทุนสามารถเข้าถึงกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือได้จริง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงาน การเข้าถึงพลังงานสะอาด การสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs
💚 4 กลุ่มเป้าหมายที่ต้องไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
1\. แรงงาน ต้องได้รับการพัฒนาทักษะใหม่เพื่อรองรับเทคโนโลยีและ AI รวมถึงเตรียมพร้อมต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานและการสูญเสียตำแหน่งงาน
2\. ผู้บริโภค ต้องสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในราคาที่เหมาะสม เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด
3\. SMEs และ MSMEs ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 99% ของจำนวนธุรกิจ และสร้าง GDP ราว 35% ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุน ความรู้ ทรัพยากร และการปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้
4\. ชุมชน อาจได้รับผลกระทบต่ออาชีพ สิทธิ สุขภาวะ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิต เช่น การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงานคัดแยกขยะ ซึ่งอาจกระทบแรงงานทักษะต่ำในพื้นที่
ดังนั้น การดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนจึงต้องเปิดโอกาสให้แรงงานและคนในชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การริเริ่มจนถึงการบริหารจัดการ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับประโยชน์ปลายทาง
💚 ถอดบทเรียน 3 กรณีศึกษา ขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่คุณภาพชีวิต
Saraburi Sandbox: ความยั่งยืนต้องมาคู่กับความมั่งคั่ง
สระบุรีแซนด์บ็อกซ์เป็นโมเดลเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อทดลองนวัตกรรมและนโยบายด้านความยั่งยืนในพื้นที่จริง ครอบคลุมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างรายได้ การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง การพัฒนาทักษะผ่านโครงการ Learn to Earn และการติดตั้ง Solar Floating ในอ่างเก็บน้ำเพื่อผลิตพลังงานทดแทน
อีกหนึ่งตัวอย่างคือการใช้ปูนลดโลกร้อนซ่อมแซมบ้านให้กลุ่มเปราะบาง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย สะท้อนว่าการมุ่งสู่ Net Zero ต้องเชื่อมโยงกับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน
Indorama Ventures: เป้าหมายความยั่งยืนต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ
Indorama Ventures (IVL) มีศูนย์รีไซเคิล PET จำนวน 20 แห่ง และสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกได้เกือบ 700 ขวดต่อวินาทีทั่วโลก โดยใช้แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและการบริหารห่วงโซ่อุปทานสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero
ในปี 2564 บริษัทออก Sustainability-Linked Bond มูลค่า 10,000 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมหากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เมื่อผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทจึงต้องซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียนเพื่อชดเชย
นอกจากนี้ IVL ยังให้ความสำคัญกับแรงงานนอกระบบในเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก และกว่าครึ่งอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์ สถาบันการเงิน และแรงงานนอกระบบในระบบนิเวศการเปลี่ยนผ่าน
Petronas: สนับสนุน SMEs ให้ปรับตัวได้จริง
Petronas กำหนดยุทธศาสตร์ Just Transition ครอบคลุมแรงงาน ห่วงโซ่อุปทาน และชุมชน หลังพบว่าซัพพลายเออร์มากกว่า 60% เป็น SMEs ซึ่งผู้ประกอบการจำนวนมากยังมองมาตรการด้านความยั่งยืนเป็นภาระต้นทุน
บริษัทจึงจัดทำ Petronas Supplier Support Programme เพื่อสนับสนุนซัพพลายเออร์ 3 ด้าน ได้แก่ การอบรมและพัฒนาความรู้ ESG แพลตฟอร์มวัดและรายงานการปล่อยคาร์บอน และการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านจากธนาคารพันธมิตร
ปัจจุบันมีซัพพลายเออร์เข้าร่วมมากกว่า 1,022 ราย ผ่านกิจกรรมอบรมกว่า 55 ครั้ง โดยผู้เข้าร่วม 95% ระบุว่าได้รับความรู้และพัฒนาทักษะได้จริง
💚 เริ่มต้นออกแบบเงินทุนจากความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบ
ข้อสรุปจากเวิร์กช็อปชี้ว่า ความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน จึงไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันทั้งหมดได้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรายย่อยที่ให้ความสำคัญกับความอยู่รอดในชีวิตประจำวัน ทั้งรายได้ อาหาร และการศึกษาของบุตรหลาน
การออกแบบ Just Transition Financing จึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจผู้ได้รับประโยชน์และวัตถุประสงค์การใช้เงินทุน ก่อนกำหนดกลไก ตัวกลาง ประเภทของทุน และแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อลดการทำงานแบบแยกส่วน
ขณะเดียวกัน การใช้ Blended Finance ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการแบ่งปันและลดความเสี่ยงด้านการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงเงินทุนสำหรับการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว
Just Transition จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการออกแบบระบบเศรษฐกิจและการเงินที่ทำให้แรงงาน ผู้บริโภค SMEs และชุมชนสามารถปรับตัว มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
![]()













