กรุงเทพฯ – 6 ตุลาคม 2569 – ESG Symposium 2026 เดินหน้าจากเวทีหารือสู่การขับเคลื่อนในระดับภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ASEAN in Action: Powering Inclusive Green Transition” ต่อยอดข้อเสนอจากปีที่ผ่านมา สู่ 3 วาระสำคัญ ได้แก่ Energy Transition, Just Transition และ Climate Adaptation พร้อมผลักดันความร่วมมือแบบ Public–Private–People Partnership (4P) เชื่อมโยงนโยบาย ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และประชาชน เพื่อเปลี่ยนข้อเสนอไปสู่การลงมือทำจริงในระดับพื้นที่ และสามารถขยายผลไปยังบริบทอื่นของอาเซียน
ESG Symposium 2026 จัดโดยเอสซีจี ร่วมกับ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) และพันธมิตรจากทุกภาคส่วน โดยรวบรวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน องค์กรระหว่างประเทศ และภาควิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติ พร้อมร่วมกำหนดแนวทางรับมือความท้าทายของอาเซียน ทั้งความมั่นคงทางพลังงาน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างเศรษฐกิจและงานสีเขียวที่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง
Mr. Joe Phelan, Executive Director, Asia Pacific, WBCSD กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขัน ความมั่นคง และการลงทุนของอาเซียน โดยหัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงนโยบาย การลงทุน เทคโนโลยี และผู้คน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้าน ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ประเทศไทยควรใช้ Green Transition เป็นโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนแห่งอนาคต โดยต้องขับเคลื่อนแบบ End-to-End และสร้างการเปลี่ยนผ่านที่ทั่วถึง โดยธุรกิจรายใหญ่ควรเข้ามาช่วยยกระดับ SMEs ใน Supply Chain ให้สามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจสีเขียว ขณะที่ กกร. พร้อมนำข้อเสนอจากเวทีไปขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์ม Reinvent Thailand ร่วมกับภาคธุรกิจและภาคส่วนต่าง ๆ
3 วาระสำคัญ สู่โจทย์ที่ต้องเดินหน้าต่อ
Energy Transition มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่แข่งขันได้ และการลดคาร์บอน โดยต่อยอดจากข้อเสนอเรื่อง Third Party Access (TPA), Direct PPA และการลดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ สู่การยกระดับความพร้อมของระบบพลังงาน ทั้งความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า เทคโนโลยี Grid-forming และการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ให้สอดรับกับความต้องการในอนาคต รวมถึงการพิจารณาเทคโนโลยีและแหล่งพลังงานใหม่ เช่น Small Modular Reactors (SMR) และ Biofuels ตลอดจนการเชื่อมโยงระดับภูมิภาคผ่าน ASEAN Power Grid
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการอาวุโสนโยบายพลังงาน TDRI เสนอให้พัฒนาระบบพลังงานที่รักษาสมดุลระหว่างความมั่นคง ต้นทุน และเป้าหมายลดคาร์บอน โดยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มบทบาทพลังงานแสงอาทิตย์และ Bioenergy ยกระดับ Grid Infrastructure และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต
Just Transition มุ่งให้ SMEs แรงงาน และชุมชนสามารถเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจสีเขียว โดยต่อยอดจากเครื่องมือสนับสนุนในปีที่ผ่านมา เช่น NZAP และ Go Together สู่แนวทางใหม่ ได้แก่ Funding Connect และ SME Green Transition Plus เพื่อช่วยให้ SMEs ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางธุรกิจ
นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสอดคล้องกับระดับความพร้อมของแต่ละธุรกิจ โดยเริ่มจากกลุ่มนำร่อง สร้างต้นแบบแบบครบวงจรตั้งแต่ความรู้ เทคโนโลยี ทักษะ มาตรฐาน การเข้าถึงตลาด และเงินทุน ก่อนถอดบทเรียนและขยายผล เพื่อให้ผู้ประกอบการ แรงงาน และชุมชนได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจสีเขียวอย่างทั่วถึง
Climate Adaptation เดินหน้าจากการรับมือหลังเกิดภัยสู่การเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยต่อยอดจาก Water Resilience สู่การใช้ AI Simulation Platform ประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมและความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมแนวคิดเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล และพัฒนาต่อยอดสู่ Risk Mapping และ Simulation ในระดับอาเซียน เพื่อรับมือกับน้ำท่วม พายุ และภัยพิบัติรูปแบบต่าง ๆ
ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอให้เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาหลังเกิดผลกระทบไปสู่การคาดการณ์และลดความเสี่ยงล่วงหน้า ผ่านการพัฒนา One Water Data Center เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลน้ำ ระบบคาดการณ์ และการแจ้งเตือนภัยกับท้องถิ่น ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแบบ Dual-use และต่อยอดการบริหารจัดการน้ำสู่ Water Economy
เตรียมสรุป White Paper ผลักดันจากเวทีสู่พื้นที่จริง
ผลจากการหารือภายใน ESG Symposium 2026 จะนำไปจัดทำเป็น White Paper เพื่อเสนอต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ประกอบการพิจารณานโยบายและพัฒนากลไกสนับสนุน Inclusive Green Transition พร้อมเชื่อมโยงกับเวทีภาคธุรกิจและเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อผลักดันข้อเสนอไปสู่การหารือเชิงนโยบายและการทดลองดำเนินงานในพื้นที่
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า บทเรียนจากการขับเคลื่อนทั้ง 3 วาระในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือแบบ Public–Private–People Partnership หรือ 4P สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ โดยภาครัฐสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงมือทำ ภาคเอกชนนำเทคโนโลยีและเงินลงทุนมาร่วมทดลอง และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดโจทย์ของแต่ละพื้นที่ หรือ Area-Based Approach
จากบทเรียนในจังหวัดสระบุรี จึงควรนำโมเดล 4P ไปขยายผลยังพื้นที่อื่น โดยเริ่มจากการศึกษาความต้องการและปัญหาเฉพาะพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรที่เหมาะสม เพื่อนำบทเรียนไปสู่การปฏิบัติจริงและต่อยอดความร่วมมือกับนานาประเทศ
การขยายความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวจะช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลง สร้างเศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
#ESGSymposium2026 #ASEANinAction #InclusiveGreenTransition #EnergyTransition #JustTransition #ClimateAdaptation #4PPartnership #GreenEconomy #Sustainability #SCG
![]()














