สำนักงาน คปภ. เดินหน้าติดตามช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดลำพูนอย่างต่อเนื่อง หลังพบประชาชนลงทะเบียนแจ้งความเสียหายรวม 247 หลังคาเรือน ล่าสุดจ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว 202 หลังคาเรือน ขณะที่อีก 45 หลังคาเรือน บริษัทประกันภัยลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติมแล้ว พบความเสียหายและเตรียมดำเนินการจ่ายเงินตามสิทธิ พร้อมรับแจ้งความเสียหายเพิ่มเติมอีก 9 หลังคาเรือน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างทั่วถึง
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการติดตามและเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนที่ยังไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ นางโชลภา ไชยเพียร ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) และนางลัดดา โพธิตุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทประกันภัย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือ พร้อมตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนเพิ่มเติม
การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยหละ บ้านใหม่ศรีบุญเรือง และบ้านใหม่พัฒนา ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลความเสียหายของที่อยู่อาศัยให้ครบถ้วน พร้อมผลักดันให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับความคุ้มครองตามสิทธิภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติอย่างถูกต้องและทั่วถึง
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับนายจรัล มณีจันสุข นายอำเภอบ้านโฮ่ง เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนตำบลป่าพลู และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมติดตามความคืบหน้าการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนตรวจสอบสภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างหลักประกันให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าพลู พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนแจ้งความเสียหายผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลป่าพลู รวมทั้งสิ้น 247 หลังคาเรือน โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชนไปแล้วจำนวน 202 หลังคาเรือน
ส่วนที่เหลืออีก 45 หลังคาเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยบริษัทประกันภัยได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 โดยผลการตรวจสอบพบว่าบ้านพักอาศัยทั้ง 45 หลังคาเรือนมีความเสียหาย จึงได้ดำเนินการบันทึกข้อมูลผ่านระบบ เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ยังพบว่ามีประชาชนผู้ประสบภัยเข้ามาแจ้งความเสียหายเพิ่มเติมอีก 9 หลังคาเรือน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อนำมาใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน โดยสำนักงาน คปภ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเอกสารดังกล่าวและเร่งดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอย่างรวดเร็วที่สุด
นายชูฉัตรกล่าวเพิ่มเติมว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคธุรกิจประกันภัยในการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายโดยตรง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การยืนยันข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างครบถ้วน ลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบ และช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุมัติและจ่ายค่าสินไหมทดแทนมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะกรณีที่ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติหรือรอเอกสารประกอบการพิจารณา สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานงานกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย สาขาบริษัทประกันภัย ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและลดขั้นตอนที่อาจทำให้ประชาชนต้องรอคอยความช่วยเหลือเป็นเวลานาน พร้อมย้ำให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามสิทธิที่พึงได้รับอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่ที่มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติหรือพื้นที่ประสบสาธารณภัย สามารถแจ้งเคลมและติดตามการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้ผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org หรือ LINE Official Account: @ThaiNATCAT รวมถึงโทรศัพท์หมายเลข 02-012-5555 และจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลสำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกใช้สมาร์ตโฟน
ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย หรือประสบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ เพื่อรับคำแนะนำและความช่วยเหลือเพิ่มเติม
สำนักงาน คปภ. ยืนยันเดินหน้าติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองตามสิทธิจากระบบประกันภัยอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งประสานทุกภาคส่วนเพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยบรรเทาภาระความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้
![]()














