ในปี 2567 ที่ผ่านมา **SCG Decor (SCGD)** บริษัทผู้นำในธุรกิจเซรามิก วัสดุตกแต่งพื้นผิว และสุขภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน ได้แสดงผลงานที่น่าประทับใจ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากภาวะตลาดที่ชะลอตัว แต่บริษัทสามารถสร้างกำไรสุทธิได้ถึง **810 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นถึง **147%** จากปีก่อนหน้า โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม (High Value Added: HVA) และการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดต้นทุน พร้อมกับเตรียมพร้อมรับมือกับการฟื้นตัวของตลาดอาเซียนในปี 2568
### จุดเปลี่ยนสำคัญของ SCGD ในปี 2567
1. **กำไรเพิ่มสูงถึง 147%**
แม้รายได้รวมจะลดลง 10% อยู่ที่ **25,563 ล้านบาท** เนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วมในฟิลิปปินส์และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่ SCGD สามารถเพิ่มกำไรได้อย่างน่าทึ่ง สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
2. **พลังงานทดแทนช่วยลดต้นทุน**
SCGD ประสบความสำเร็จในการลดต้นทุนได้กว่า **280 ล้านบาทต่อปี** โดยการใช้พลังงานชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งคิดเป็น **20% และ 10%** ของพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตตามลำดับ บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวลเป็น **46%** และพลังงานโซลาร์เซลล์เป็น **15%** ภายในปี 2573
3. **เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์เพิ่มประสิทธิภาพ**
SCGD นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิต เช่น การตรวจสอบคุณภาพกระเบื้อง การใช้แขนกลหุ่นยนต์ในการผลิตสุขภัณฑ์ และระบบขนย้ายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการผลิต
4. **ขยายตลาดในอาเซียน**
บริษัทเปิดร้านค้าใหม่ **15 สาขา** ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการเพิ่มยอดขายสุขภัณฑ์ในต่างประเทศได้ **7%** หรือประมาณ **500 ล้านบาท** นอกจากนี้ SCGD ยังปรับพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เช่น ปูนกาว ยาแนว ชุดครัว และประตูหน้าต่าง ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายได้ **18%**
แผนการปี 2568: พร้อมรับการฟื้นตัวของตลาดอาเซียน
SCGD มองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวของตลาดอาเซียน โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้ **5%** และ EBITDA เพิ่มขึ้นมากกว่า **5%** ในปี 2568 พร้อมกับแผนการลงทุน **4,000 ล้านบาท** เพื่อขยายกำลังการผลิตสินค้า HVA และเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วอาเซียน
– **ขยายกำลังการผลิต**
SCGD วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลนขนาดใหญ่ในเวียดนามและไทย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2568
– **เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย**
บริษัทตั้งเป้าเพิ่มช่องทางจำหน่ายในอาเซียนให้เติบโต **2 เท่า** ในปีนี้ พร้อมกับขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ
### ความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม
SCGD ไม่เพียงมุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance) โดยได้รับรางวัล **“หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings” ระดับ A** และ **“ดัชนี SETESG”** ประจำปี 2567 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลประเมิน CGR ระดับ **5 (ดีเลิศ)** ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ดีและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
สรุป
SCGD กำลังก้าวเข้าสู่ปี 2568 ด้วยความมั่นใจ พร้อมกับแผนการลงทุนและกลยุทธ์ที่ชัดเจน เพื่อคว้าโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดอาเซียนและขยายตลาดส่งออกต่างประเทศ ด้วยการพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม การใช้พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีสมัยใหม่ SCGD ไม่เพียงสร้างผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้น แต่ยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
**SCGD** จึงเป็นหนึ่งในบริษัทที่น่าจับตามองในปีนี้ และอาจเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นคงในยุคที่การแข่งขันสูงและความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
![]()













