ในสงครามเงียบที่ดำเนินมานานหลายปี ขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติได้ฝังรากลึกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกระทั่งรัฐบาลไทย จีน และเมียนมา ตัดสินใจร่วมมือกันกวาดล้างอย่างจริงจัง และล่าสุด ปฏิบัติการ “ราชมนู” ได้ตอกย้ำถึงความเด็ดขาดของไทยในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน
ปฏิบัติการเชิงรุก: ไล่ล่า ปิดล้อม และส่งกลับ
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้ดำเนินการส่งตัวชาวจีน 111 ราย จากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 จังหวัดตาก เพื่อส่งตัวกลับประเทศจีนผ่านท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด นี่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการส่งตัวชาวจีนกลับประเทศที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยมีผู้ถูกส่งตัวกลับแล้วรวม 621 ราย ภายใน 3 วัน
กำจัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเบ็ดเสร็จ
ปฏิบัติการนี้ไม่ใช่แค่การส่งตัวกลับประเทศ แต่คือการกำจัดรากเหง้าของเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การพนันออนไลน์ และหลอกลวงทางไซเบอร์ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ดำเนินการบันทึกข้อมูลไบโอเมตริกของบุคคลกลุ่มนี้เพื่อบรรจุเข้าสู่ บัญชีแบล็กลิสต์ (Blacklist) ป้องกันการกลับเข้ามาก่ออาชญากรรมซ้ำ
การบูรณาการระดับสูง: ไทย-จีน-เมียนมา จับมือปราบปราม
การดำเนินการครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระดับสูงระหว่างรัฐบาลทั้งสามประเทศ ภายใต้กลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) ซึ่งเป็นการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้สามารถไล่ล่าและกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมได้อย่างต่อเนื่อง การที่จีนส่งเครื่องบินของสายการบิน China Southern Airlines มารับตัวผู้กระทำผิดโดยตรง แสดงให้เห็นถึงจุดยืนอันแน่วแน่ของรัฐบาลจีนในการขจัดภัยคุกคามจากขบวนการเหล่านี้
ความมั่นคงของไทยต้องมาก่อน
นี่ไม่ใช่แค่การกวาดล้างอาชญากรรม แต่คือมาตรการปกป้องความมั่นคงของชาติ ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้หน่วยทหารบูรณาการกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มขีดความสามารถเพื่อกำจัดภัยอาชญากรรมข้ามชาติที่คุกคามความสงบสุขของประชาชนไทย ปฏิบัติการ “ราชมนู” ไม่ใช่แค่จุดจบของอาชญากรเหล่านี้ในไทย แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าประเทศไทยจะไม่เป็นที่พักพิงของอาชญากรรมข้ามพรมแดนอีกต่อไป
บทสรุป: ไทยเอาจริง! ไม่มีที่ยืนให้ขบวนการผิดกฎหมาย
ปฏิบัติการนี้สะท้อนถึงแนวทางเชิงรุกและความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ไม่ใช่แค่เพื่อปกป้องประชาชนไทย แต่ยังเป็นการยกระดับความร่วมมือระดับนานาชาติในการจัดการกับภัยอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งออนไลน์ที่เคยใช้ภูมิภาคนี้เป็นฐานปฏิบัติการ ต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก และปฏิบัติการ “ราชมนู” ได้พิสูจน์แล้วว่า ไทยไม่ใช่แผ่นดินของอาชญากร!
![]()














