เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่จังหวัดสมุทรสาครภายใต้การอำนวยการของ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ ร้อยตำรวจเอกเขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบตลาดฟ้าใส กม.12 ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามี แรงงานต่างด้าวเข้ามาค้าขายแย่งอาชีพคนไทย
ตรวจพบ 6 ร้านค้าเถื่อน คนต่างด้าว 7 ราย ขายของแข่งคนไทย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า แรงงานต่างด้าว 7 ราย (ชาวเมียนมา) เปิดร้านค้าแผงลอยริมถนนเศรษฐกิจ กม.12 โดยแบ่งเป็น
ร้านขายปลาสด 1 ร้าน
ร้านขายปลาแห้ง 1 ร้าน
ร้านขายอาหารเมียนมา 2 ร้าน
ร้านขายหมากพลู 1 ร้าน
ร้านขายโทรศัพท์ 1 ร้าน
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 81 และ พ.ร.ก.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2561 มาตรา 8 ซึ่งห้ามแรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 รายไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน
แม่ค้าไทยโอด! ต่างด้าวแย่งลูกค้า-ขายตัดราคา
ด้าน แม่ค้าชาวไทยในตลาด เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพราะแรงงานต่างด้าวดึงลูกค้ากลุ่มเดียวกันไปซื้อของจากร้านที่มีแรงงานต่างด้าวเป็นคนขาย เนื่องจากสื่อสารกันสะดวก นอกจากนี้ยังมีปัญหา “ขายตัดราคา” ทำให้แม่ค้าไทยสูญเสียรายได้จำนวนมาก
“เมื่อก่อนฉันขายได้วันละ 3,000-4,000 บาท ตอนนี้เหลือไม่ถึง 2,000 บาท เพราะลูกค้าไปซื้อร้านที่คนพม่าขายกันหมด ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ คนไทยจะค้าขายยังไง” แม่ค้ารายหนึ่งกล่าว
ต่างด้าวแย่งอาชีพพุ่งสูง! กระทบแรงงานไทยหลายหมื่นราย
ข้อมูลจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาครพบว่า ปัญหาแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอาชีพค้าขาย และธุรกิจบริการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย มากกว่า 50,000 คน ทั่วประเทศ หากไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ปัญหานี้อาจลุกลามส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งวางแนวทางแก้ไข ทั้งในแง่การบังคับใช้กฎหมายและมาตรการป้องกัน เพื่อให้คนไทยสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและเป็นธรรม
![]()














