เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดแผนรุกตลาด EV ไทยระยะยาว วางประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา เดินหน้าขยายเครือข่ายจาก 20 เป็น 30 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ พร้อมเพิ่มพื้นที่คลังอะไหล่จาก 1,000 เป็น 3,000 ตารางเมตร และดันจำนวน SKU จากเฉลี่ย 2,000 เป็นมากกว่า 6,000 รายการ รองรับฐานลูกค้าและรถรุ่นใหม่ ล่าสุดเปิดตัว “THE NEW L03” Next-Gen AI SUV Coupe รุ่นพวงมาลัยขวาในประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลก ขณะที่ XPENG ระบุเป้าหมายในไทยไม่ได้หยุดเพียงการขายรถ แต่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเดินทางอัจฉริยะและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เดินหน้าขยายธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเต็มกำลัง หลังได้รับกระแสตอบรับจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น G6 และ X9 โดยประกาศยุทธศาสตร์เพิ่มทั้งผลิตภัณฑ์ เครือข่ายผู้จำหน่าย ศูนย์บริการ และระบบอะไหล่ เพื่อสร้างโครงสร้างรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าในระยะยาว
แผนธุรกิจครั้งนี้มีตัวเลขสำคัญ คือการเพิ่มเครือข่ายทั่วประเทศจากปัจจุบัน 20 แห่ง เป็น 30 แห่งภายในปีนี้ หรือเพิ่มอีก 10 แห่ง ควบคู่กับการขยายพื้นที่คลังอะไหล่ 3 เท่า จาก 1,000 ตารางเมตร เป็น 3,000 ตารางเมตร และเพิ่มจำนวน SKU จากเฉลี่ย 2,000 รายการ เป็นมากกว่า 6,000 รายการ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ ล่าสุดเปิดตัว “THE NEW L03” Next-Gen AI SUV Coupe ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกสำหรับการเปิดตัวรุ่นพวงมาลัยขวา สะท้อนบทบาทของตลาดไทยในยุทธศาสตร์ของ XPENG
XPENG ชูไทยตลาดยุทธศาสตร์พวงมาลัยขวา มองการลงทุนระยะยาว

มร. เจมส์ วู รองประธาน เอ็กซ์เผิง ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ XPENG โดยเฉพาะสำหรับตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา และมีศักยภาพสูงสำหรับการเติบโตระยะยาว
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากผู้บริโภคไทยที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเปิดรับเทคโนโลยี ประกอบกับประเทศไทยมีระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการเดินทางอัจฉริยะและยั่งยืน
XPENG จึงเปิดกว้างต่อการศึกษาและพัฒนาความร่วมมือในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศไทย โดยจะทำงานร่วมกับ MGC-ASIA อย่างใกล้ชิด เพื่อนำเทคโนโลยี ศักยภาพ และทรัพยากรเข้ามาสนับสนุนตลาด
“เป้าหมายของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น” มร. เจมส์ วู กล่าว พร้อมระบุว่า XPENG ต้องการเป็นองค์ประกอบสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในระยะยาวของระบบนิเวศการเดินทางอัจฉริยะของประเทศไทย ตลอดจนมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
จาก 20 สู่ 30 แห่ง ขยายเครือข่ายอีก 50% ภายในปีนี้
หนึ่งในแกนสำคัญของแผนธุรกิจคือการเพิ่มความครอบคลุมของเครือข่ายบริการ ปัจจุบัน XPENG มีเครือข่าย 20 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมเพิ่มผู้จำหน่ายและศูนย์บริการอีก 10 แห่ง ทำให้สิ้นปีนี้จะมีเครือข่ายรวม 30 แห่ง
คิดเป็นการเพิ่มจำนวนเครือข่ายประมาณ 50% จากฐานปัจจุบัน เพื่อรองรับทั้งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และการขยายตัวของฐานลูกค้า

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จและกระแสตอบรับของ G6 และ X9 เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัท พร้อมย้ำถึงการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าผ่านการเพิ่มเครือข่ายบริการหลังการขายทั่วประเทศ
ปัจจุบันเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยแผนเพิ่มอีก 10 แห่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการและรองรับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ทุ่มระบบหลังบ้าน ขยายคลังอะไหล่ 3 เท่า–SKU เพิ่มกว่า 3 เท่า
นอกจากโชว์รูมและศูนย์บริการ XPENG ยังให้น้ำหนักกับโครงสร้างหลังบ้าน โดยขยายพื้นที่คลังอะไหล่จากเดิม 1,000 ตารางเมตร เป็น 3,000 ตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า
พร้อมตั้งเป้าเพิ่ม SKU จากเฉลี่ยประมาณ 2,000 รายการ เป็นมากกว่า 6,000 รายการ ซึ่งหมายถึงจำนวนรายการอะไหล่ที่รองรับจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าจากระดับเฉลี่ยเดิม
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มความพร้อมในการจัดหาอะไหล่ ลดระยะเวลาการซ่อม และทำให้ลูกค้าสามารถกลับมาใช้รถได้เร็วขึ้น ถือเป็นการวางโครงสร้างบริการหลังการขายควบคู่กับการเพิ่มยอดขายและจำนวนรถในตลาด
ส่ง “THE NEW L03” เสริมพอร์ต ไทยประเทศแรกเปิดตัวพวงมาลัยขวา
อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ของแผนเติบโตคือการเพิ่มผลิตภัณฑ์ โดย XPENG เปิดตัว THE NEW L03 รถยนต์ไฟฟ้าคอมแพ็กต์ SUV ทรงสปอร์ตคูเป้ ซึ่งประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น ประเทศแรกของโลกสำหรับการเปิดตัวรุ่นพวงมาลัยขวา
รถมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย โดยรุ่น Standard Range Plus วิ่งได้สูงสุด 530 กิโลเมตร (NEDC) ขณะที่ Long Range Plus ทำระยะทางสูงสุด 600 กิโลเมตร (NEDC) และ Long Range Ultra วิ่งสูงสุด 560 กิโลเมตร (NEDC)
ทุกรุ่นรองรับการชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–80% ภายในประมาณ 20 นาที ขณะที่รุ่น Long Range Ultra ติดตั้ง TURING AI Chip 3 ตัว ให้พลังประมวลผล AI สูงสุด 2,250 TOPS
การเปิดตัว L03 จึงไม่เพียงเป็นการเพิ่มรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด แต่ยังเชื่อมโยงกับแผนขยายเครือข่าย ศูนย์บริการ และระบบอะไหล่ ซึ่ง XPENG กำลังเร่งลงทุนเพื่อรองรับพอร์ตผลิตภัณฑ์และฐานผู้ใช้รถในประเทศไทย
จาก “ขายรถ” สู่การวางตัวในระบบนิเวศ EV ไทย
ทิศทางที่ XPENG ประกาศครั้งนี้สะท้อนว่า บริษัทต้องการขยายบทบาทในประเทศไทยจากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การสร้างโครงสร้างธุรกิจระยะยาว โดยมีทั้ง รถรุ่นใหม่ + เครือข่าย 30 แห่ง + คลังอะไหล่ 3,000 ตารางเมตร + SKU มากกว่า 6,000 รายการ เป็นองค์ประกอบสำคัญ
ขณะที่การกำหนดให้ไทยเป็นประเทศแรกของโลกสำหรับการเปิดตัว THE NEW L03 รุ่นพวงมาลัยขวา ยังสะท้อนความสำคัญของตลาดไทยต่อแผนการขยายตลาดรถพวงมาลัยขวาของ XPENG
จากนี้จึงน่าจับตาว่า การเพิ่มเครือข่ายอีก 50% ภายในปีเดียว พร้อมการยกระดับระบบอะไหล่และนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริมพอร์ต จะช่วยให้ XPENG ขยายฐานในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยได้มากเพียงใด ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
![]()













