CPAC บริษัทในเครือเอสซีจี เดินหน้าเชิงรุกในธุรกิจซ่อมสร้างอาคารสูงในประเทศไทย ด้วยการจับมือพันธมิตรญี่ปุ่น SB&M นำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการซ่อมแซมโครงสร้างจากประเทศที่เผชิญแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง มาเสริมประสิทธิภาพการดูแลอาคารเก่าและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอายุมากกว่า 30–50 ปี ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงใหม่ ๆ จากภัยธรรมชาติ
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นตัวต่อความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ในเมียนมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายจังหวัดในไทยได้รับแรงสั่นสะเทือน และสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างอาคาร แม้ประเทศไทยจะไม่อยู่ในแนวรอยเลื่อนหลักของโลก แต่เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงสร้าง โดยเฉพาะอาคารสูงและสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญ
นายสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ กล่าวว่า “เราไม่ได้มองแค่การซ่อมแซมเมื่อเกิดความเสียหาย แต่คือการยืดอายุและทำให้อาคารหรือโครงสร้างพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน เช่น แผ่นดินไหว”
SB&M ซึ่งถือกำเนิดจากการร่วมทุนของสองบริษัทญี่ปุ่น ได้แก่ SHO-BOND ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุซ่อมแซมระดับจุลภาค และ Mitsui กลุ่มธุรกิจเทรดดิ้งและการลงทุนระดับโลก ได้นำเทคโนโลยีซ่อมแซมโครงสร้างที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านวิศวกรรม วัสดุศาสตร์ และนวัตกรรมระดับลึก มาประยุกต์ใช้ในไทย โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีวัสดุระดับไมครอน และการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยแบบจำลอง 3 มิติ (BIM) รวมถึง AI ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติของโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ
การจับมือของ CPAC และ SB&M ยังครอบคลุมการให้บริการซ่อมแซมแบบครบวงจร หรือ “Lifetime Solution” ที่รวมทั้งการตรวจประเมินสุขภาพโครงสร้าง การซ่อมแซมตามมาตรฐานวิศวกรรม การเสริมกำลังให้โครงสร้างรับแรงสั่นสะเทือนได้มากขึ้น การป้องกันสนิมและการกัดกร่อน รวมถึงการจัดหาวัสดุนวัตกรรมเฉพาะทางที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียน
กรณีศึกษาจากญี่ปุ่น เช่น การฟื้นฟูโครงสร้างหลังแผ่นดินไหวในเมืองคุมาโมโตะ เมื่อปี 2559 ซึ่ง SB&M สามารถตรวจสอบและซ่อมแซมสะพานและทางด่วนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเสริมกำลังให้ทนทานต่อแรงสั่นในอนาคต ถือเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการงานซ่อมแซมที่เน้นทั้งความรวดเร็วและความปลอดภัย ซึ่งกำลังถูกนำมาปรับใช้กับโครงสร้างในไทย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม อาคารราชการ โรงพยาบาล หรือสะพานขนาดใหญ่
ความร่วมมือนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาซ่อมแซมอาคาร แต่เป็นการลงทุนด้านความปลอดภัยในระยะยาว ที่จะช่วยลดความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ CPAC-SB&M พร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนในการดูแลโครงสร้างสำคัญทั่วไทย ผ่านทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และมาตรฐานการทำงานระดับสากลที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน
![]()














