TOA เปิดผลงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 11,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่กำไรสุทธิแตะ 1,671 ล้านบาท เติบโตแรง 21% รับอานิสงส์ยอดขายในประเทศ กลุ่มสี–เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และตลาดซ่อมแซมรีโนเวทบ้าน พร้อมบริหารต้นทุนรับความผันผวนวัตถุดิบและพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.38 บาทต่อหุ้น วันที่ 11 กันยายนนี้ เดินหน้าขยายพอร์ตสินค้า Green หลังคว้า EPD แล้ว 33 รายการ เจาะโอกาสตลาดอาคารเขียวและสถานพยาบาล
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสี เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งพื้นผิวของไทย ประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มี รายได้รวม 11,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและจัดการความเสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกได้รับแรงหนุนสำคัญจากยอดขายในประเทศที่ขยายตัว ทั้งกลุ่มสี กลุ่มสินค้า Non-decorative และเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง
ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การทำตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกและ Modern Trade ตลอดจนความต้องการผลิตภัณฑ์สำหรับ งานซ่อมแซมและรีโนเวทบ้านเดิม ซึ่งยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโต แม้ตลาดก่อสร้างใหม่ยังเผชิญความท้าทาย
ขณะเดียวกัน บริษัทมีการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้สามารถบริหารโครงสร้างต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้อย่างชัดเจน
บอร์ดไฟเขียวปันผล 0.38 บาท/หุ้น จ่าย 11 ก.ย. 69
จากผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติ จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.38 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569
บริษัทกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2569 สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและการให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นควบคู่กับการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
ตลาดรีโนเวท–เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ท่ามกลางภาวะที่ตลาดก่อสร้างใหม่ยังฟื้นตัวอย่างไม่แน่นอน TOA มองเห็นโอกาสจากตลาด ซ่อมแซม ปรับปรุง และรีโนเวทอาคารและที่อยู่อาศัยเดิม ซึ่งช่วยสร้างความต้องการผลิตภัณฑ์สีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง
การมีพอร์ตผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่สีทาอาคาร ผลิตภัณฑ์ Non-decorative ไปจนถึงเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ช่วยให้บริษัทสามารถกระจายแหล่งรายได้และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้หลากหลายมากขึ้น
บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมและ Modern Trade เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่
รุกสินค้า Green คว้า EPD 33 รายการ เจาะตลาดอาคารเขียว
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ TOA คือการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและการก่อสร้างอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันบริษัทได้รับการรับรอง ฉลากสิ่งแวดล้อม EPD (Environmental Product Declaration) รวม 33 รายการ และเป็นผู้ผลิตสีรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในระดับดังกล่าว
การมีผลิตภัณฑ์ที่เปิดเผยข้อมูลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผ่านมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่เพียงสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในตลาด อาคารเขียว (Green Building) รวมถึงสถานพยาบาลและโครงการที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มบทบาทมากขึ้นตามทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับ ESG การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเลือกใช้วัสดุที่สามารถตรวจสอบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้
ครึ่งปีหลังเน้นคุมต้นทุน–บริหารความเสี่ยง รับตลาดผันผวน
สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง นายจตุภัทร์ระบุว่า บริษัทยังคงมองเห็นความท้าทายจาก ความผันผวนของราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวในภาคก่อสร้าง
TOA จึงเตรียมรับมือด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน จัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และปรับกลยุทธ์การขายให้มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด พร้อมรักษาฐานลูกค้าและขยายโอกาสในกลุ่มธุรกิจใหม่
“TOA ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจผ่านการพัฒนานวัตกรรม การรักษาฐานลูกค้า และการขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายจตุภัทร์กล่าว
![]()













