นครรัฐวาติกัน — วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลไทย ได้เดินทางเข้าร่วมพิธีมิสซาสมณภิเษกสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน ตามมอบหมายจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายเพื่อแสดงความเคารพและแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย
นางสาวธีรรัตน์ปรากฏตัวในลุคที่เรียบหรู สง่างาม สวมชุดผ้าไหมไทยประยุกต์สีโทนอ่อนสุภาพ พร้อมเครื่องประดับเรียบง่ายแต่แฝงด้วยรสนิยม สะท้อนถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยและความเคารพต่อพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์อย่างเหมาะสม สร้างความประทับใจในหมู่คณะผู้แทนจากนานาประเทศ โดยเฉพาะในเวทีระหว่างประเทศที่เน้นภาพลักษณ์ของความนอบน้อมและศักดิ์ศรีของชาติ
พิธีสมณภิเษกในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยศรัทธา ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ โดยมีผู้นำศาสนาและผู้ศรัทธาจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการขึ้นดำรงตำแหน่งของ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ซึ่งทรงเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ และเป็นประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกองค์ที่ 267
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำแห่งยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยเมตตา วิสัยทัศน์ และความตั้งใจที่จะฟื้นฟูศรัทธาท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง พิธีสมณภิเษกประกอบด้วยขบวนเสด็จสู่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ การสวดภาวนาที่สุสานนักบุญเปโตร และพิธีสำคัญ อาทิ การถวายแหวนนักประมงและผ้าคลุมตำแหน่ง พร้อมทั้งการแสดงความอยู่ในโอวาทจากตัวแทนผู้ศรัทธาทั่วโลก
หลังพิธี พระสันตะปาปาได้พบปะกับคณะผู้แทนจากนานาชาติ โดยนางสาวธีรรัตน์ได้เข้าเฝ้าพระองค์อย่างเป็นทางการภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและนครรัฐวาติกัน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมายาวนานในด้านศาสนา วัฒนธรรม และการส่งเสริมสันติภาพ
ในโอกาสนี้ นางสาวธีรรัตน์ยังได้พบกับพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระอัครสังฆราชกิตติคุณแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ซึ่งเข้าร่วมพิธีและเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาเช่นกัน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ส่งสารแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย พร้อมยกย่องภารกิจของพระองค์ในการสานพลังศาสนาเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว และการส่งเสริมสันติภาพของมนุษยชาติ
การเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงมิตรภาพระหว่างสองรัฐ หากยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของไทยในเวทีศาสนาและการทูตโลกอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมด้วยภาพลักษณ์ตัวแทนสตรีนักการเมืองไทยที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ลุ่มลึก และสง่างามในเวทีระดับนานาชาติ
![]()














