สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดงาน Dinner Talk ภายใต้แนวคิด “มองจุดร่วม สร้างจุดเปลี่ยน ร่วมสร้าง GDP ไทย ด้วยกองทุน ววน.” โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน เพื่อชูบทบาทของ “กองทุน ววน.” (วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก
น.ส.ศุภมาส ระบุว่า ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโลก ประเทศไทยยังมีโอกาสในการเติบโต หากรู้จักใช้ ววน. เป็นกลไกหลักในการผลักดันเศรษฐกิจ เช่น การพัฒนาเซนเซอร์ IoT เพื่อเกษตรกรรม การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มขีดความสามารถของแรงงาน และส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน โดยกระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนงบประมาณและระบบนิเวศให้การวิจัยเกิดประโยชน์จริง
ขณะเดียวกัน ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ชี้ว่าการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาต่อ GDP ให้ได้ 2-4% คือหัวใจของการยกระดับประเทศ ซึ่งปัจจุบันไทยยังอยู่ที่เพียง 1.1% เท่านั้น
ด้าน ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่า การทำงานของ สกสว.ยุคใหม่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยกองทุน ววน. ปี 2568 ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 19,251 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.14% ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นพลังเศรษฐกิจจริง
คุณกฤษณ์ จันทโนทก CEO ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการ สกสว. เสนอว่า ประเทศไทยไม่ขาดความรู้หรือแรงบันดาลใจ แต่ขาด “ระบบเชื่อมต่อ” ที่แปลงงานวิจัยให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่าต้องลงทุนกับทุนมนุษย์ และกล้าสร้างโครงสร้างใหม่ที่เดินหน้าไปด้วยกันทั้งระบบ
ในเวทีนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI ที่ระบุว่าการลงทุนวิจัยต้อง “คืนทุนไว ใช้ได้จริง ยิงสุดทาง” โดยยกตัวอย่างสถาบันที่เน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อใช้งานจริง พร้อมเสนอให้ตัดงานวิจัยที่ไม่ตอบโจทย์ออกจากระบบ และให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงการตั้งแต่ต้นทาง
ขณะที่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีฯ ชี้ว่า ประเทศไทยต้อง “ลอกคราบ” และสร้างบุญใหม่รับคลื่นการลงทุนรอบใหม่ในอาเซียน โดยการพัฒนาเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากร คือหัวใจของการช่วงชิงโอกาสในอนาคต พร้อมย้ำว่าหากพลาดวันนี้ อาจไม่มีโอกาสอีกหลายทศวรรษ
งาน Dinner Talk ครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปลุกพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมให้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
![]()











