ในเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล ทุกเขตมีเรื่องราวของตนเอง แต่หนึ่งในเรื่องที่ควรถูกพูดถึงให้มากกว่านี้ คือ “เรื่องของผู้ขับเคลื่อนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด” ภายใต้ชื่อที่เราคุ้นหูกันดี — เขต TO BE NUMBER ONE
นี่ไม่ใช่แค่โครงการหนึ่งในภาครัฐ แต่คือพลังเงียบของคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนหยัดเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของเยาวชนไทยให้ห่างไกลยาเสพติด
ไม่ใช่แค่ชื่อ — TO BE NUMBER ONE คือการยืนยันความตั้งใจ
ภายใต้พระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ โครงการ TO BE NUMBER ONE ถูกวางรากฐานให้เป็นเครื่องมือสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชนผ่านกิจกรรมเชิงบวก ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง
ในงานประกวดผลงาน TO BE NUMBER ONE ระดับกรุงเทพมหานคร ปี 2568 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ มีเขตต่างๆ กว่า 50 เขตเข้าร่วม นี่ไม่ใช่แค่การประกวด แต่มันคือเวทีเปิดให้สังคมได้เห็น “กระบวนการทำงานจริง” ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเงียบ
ประเวศ: เขตที่ไม่รอให้ปัญหามาเคาะประตู
นายดิชา คงศรี ผู้อำนวยการเขตประเวศ เล่าถึงแนวทางการทำงานที่ยึดหลัก “มีส่วนร่วมและยั่งยืน” ทุกภาคส่วนในพื้นที่ถูกดึงเข้ามาอยู่ในวงเดียวกัน — ไม่ใช่แค่ภาครัฐ แต่รวมถึงชุมชน สถานประกอบการ และสถานศึกษา
การมีคณะกรรมการระดับเขตที่ประชุมประจำทุกเดือน การวางแผนเชิงรุก การค้นหาผู้ใช้ยาเชิงระบบ การส่งต่อเข้ารับการบำบัด ไปจนถึงการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์อย่าง “ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE” สาขาพาราไดซ์ ศรีนครินทร์
นี่ไม่ใช่แค่การทำงานตามนโยบาย แต่มันคือการทำให้ “คำว่าห่วงใย” มีรูปธรรมที่จับต้องได้
บางขุนเทียน: ระบบคิดที่ชัดเจนในทุกมิติ
สำหรับนางสาวดรุณี สุลินทาบูรณ์ เขตบางขุนเทียน การจัดวางระบบบริหารจัดการที่ชัดเจนคือหัวใจ ทุกภาคส่วนมีบทบาท มีหน้าที่ และมีเป้าหมายร่วมกัน
การสร้าง MOU ระดับกลุ่มเขต การจัดตั้งชมรมในชุมชนถึง 14 แห่ง และในสถานศึกษา 16 แห่งอย่างเต็มร้อย
แผนของบางขุนเทียนไม่ได้วางแค่รายปี แต่มีเป้าหมายถึงปี 2570 — สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวในการขจัดปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง
ดินแดง: ใช้พลังของ “พื้นที่สร้างสรรค์” ขับเคลื่อนจิตสำนึก
เขตดินแดง ภายใต้การนำของนางชุติสา ศาสตร์สาระ เลือกใช้พลังของ “กิจกรรมเชิงบวก” มาสร้างแรงต้านยาเสพติดในหมู่เยาวชน
ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในงานเทศกาล กีฬาต้านยาเสพติด หรือกิจกรรมชมรมในสถานศึกษา ทุกเวทีคือการปลุกให้เยาวชนรู้สึกว่าตนเองมีค่า มีที่ยืน และมีทางเลือกการบูรณาการกับระบบติดตามผู้เสพผ่าน NISPA+ และระบบของ สยส. ยังเป็นการเติมความเข้มแข็งให้กับกลไกแก้ไขปัญหาในระดับชุมชนอย่างรอบด้าน
ดอนเมือง: สะสมความเปลี่ยนแปลงกว่า 10 ปี
เขตดอนเมืองคือบทพิสูจน์ของ “ความต่อเนื่อง” และ “ความมุ่งมั่น” ที่ไม่เคยถดถอย
นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยการเขต ย้ำว่า กว่า 10 ปีที่เขตได้เดินหน้าโครงการนี้ บัดนี้ผลลัพธ์เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน
เครือข่าย TO BE NUMBER ONE เติบโตครอบคลุมทั้งโรงเรียน ชุมชน และสถานประกอบการ การมีส่วนร่วมของเยาวชนในการสร้างสรรค์กิจกรรม กลายเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งขวางกั้นปัญหายาเสพติดไม่ให้รุกล้ำพื้นที่ใจของพวกเขาแม้ภัยคุกคามจะเปลี่ยนไป เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือสารเสพติดรูปแบบใหม่ แต่ดอนเมืองก็ไม่หยุดที่จะเฝ้าระวังและตอบสนองทันต่อสถานการณ์
พลังเล็กๆ ที่ต่อสู้กับปัญหาใหญ่
เบื้องหลังคำว่า “เขต TO BE NUMBER ONE” คือเครือข่ายของคนทำงานที่เชื่อในพลังของชุมชน เชื่อว่าทุกชีวิตมีคุณค่า และไม่มีใครควรถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
บางคนอาจมองว่างานนี้ช้า เหนื่อย และไม่เห็นผลในทันที แต่หากคุณได้ฟังเสียงจากผู้ที่เคยหลุดพ้นมาได้ ได้เห็นแววตาของเยาวชนที่เปลี่ยนไปเพราะมี “พื้นที่ให้ยืน” คุณจะเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากคำสั่งบนโต๊ะ แต่เกิดจากมือของคนในพื้นที่ ที่ไม่เคยหยุดลงมือทำ
![]()













