ในยุคที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว การเคหะแห่งชาติไม่รอให้วิกฤตกลายเป็นปัญหา แต่เลือก “เร่งปรับนโยบาย” สร้างที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้ง “ปัจจุบัน” และ “อนาคต” ภายใต้แนวทางที่เน้นความเป็นเจ้าของ ลดภาระทางการเงิน และรองรับสังคมผู้สูงวัยอย่างเป็นระบบ
ปรับเกมรุกฝ่าวิกฤต ดึงประชาชนเข้าถึงบ้านง่ายขึ้น
ด้วยสถานการณ์ภายนอกที่กระทบต่อกำลังซื้อ เช่น ความไม่แน่นอนในภูมิภาคอย่างกรณีกัมพูชา รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา การเคหะแห่งชาติได้ออกมาตรการ “3 ไม่” – ไม่ต้องวางมัดจำ, ไม่ต้องมีเงินดาวน์, และไม่ต้องกังวลดอกเบี้ย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้
มาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระการเงินของประชาชน แต่ยังส่งผล “Multiplier Effect” ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งในด้านยอดขายและห่วงโซ่การผลิตวัสดุก่อสร้าง
ปูทางสู่ “สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ” ในปี 2576
ข้อมูลชี้ชัดว่าอีกไม่ถึง 10 ปี ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” การเคหะแห่งชาติจึงรับโจทย์จากรัฐบาล เร่งพัฒนา “ที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ” อย่างจริงจัง โดยเน้นอาคารที่ออกแบบเฉพาะทาง เช่น โครงการประเภท Complex ที่เชื่อมโยงสุขภาพ ความปลอดภัย และการใช้ชีวิต
ปัจจุบันมีการจัดสรรห้องชั้นล่างสำหรับผู้สูงวัยประมาณ 10–20% ของทุกโครงการใหม่ และมีแผนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาด ลิฟต์ และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน
Universal Design ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ “มาตรฐานใหม่”
อีกหนึ่งนโยบายเด่น คือการผลักดันแนวคิด “Universal Design” หรือ อารยสถาปัตย์ ให้ครอบคลุม 100% ของห้องพักในอนาคต ไม่เพียงแค่ผู้สูงวัย แต่รวมถึงเด็กเล็ก ผู้พิการ หรือคนทั่วไปที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่ปลอดภัย ใช้งานง่าย และสวยงาม
ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ เช่น ประตูบานเลื่อน ราวจับในห้องน้ำที่สอดรับกับงานตกแต่ง หรือห้องน้ำขนาดใหญ่ที่รถเข็นสามารถหมุนตัวได้ ล้วนจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการออกแบบที่อยู่อาศัยไทย
นอกจากนี้ อาคารเก่า เช่น “อาคาร 1” ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยเสริมทางลาดและลิฟต์โดยสาร เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของผู้ใช้วีลแชร์และผู้สูงอายุ
จากผู้พัฒนา สู่ “ผู้ให้กู้-ผู้สร้างผลตอบแทน”
จุดแข็งของการเคหะแห่งชาติในวันนี้ ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้พัฒนาโครงการ แต่ยังสามารถทำหน้าที่ “ผู้ให้กู้” กับลูกค้า และ “ผู้สร้างผลตอบแทนทางการเงิน” ให้กับรัฐ ผ่านการบริหารการเงินที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินใหม่ที่เหมาะสมกับผู้มีรายได้น้อย
“ฉลองครึ่งปีทอง 2568” เร่งฟื้นตลาด ครอบคลุมทั่วประเทศ
แคมเปญพิเศษ “ฉลองครึ่งปีทองกับการเคหะแห่งชาติ 2568” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 30 มิถุนายนนี้ คือหมากสำคัญในการเร่งฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีหลัง โดยเปิดขายโครงการกว่า 154 โครงการทั่วประเทศ รวมมากกว่า 10,000 หน่วย เริ่มต้นราคาเพียง 250,000 บาท
จองเพียง 1,000 บาท รับโปรดอกเบี้ย 0% ปีแรก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละหลักพัน พร้อมแถมมุ้งลวด-เหล็กดัด มูลค่าสูงสุด 15,000 บาทฟรี โดยมีโครงการเด่นทั่วประเทศ อาทิ เคหะออเงิน, เคหะศรีนวมินทร์ 2, บ้านเอื้ออาทรตลาดไท (เทพกุญชร 34), เคหะภูเก็ต 2 และเคหะขอนแก่น (เมืองเก่า-กรีนวิลล์) เป็นต้น
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ระบุว่า แคมเปญครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ที่ต้องการให้ทุกคนมีบ้านอยู่ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตและการเปลี่ยนแปลงทางประชากร พร้อมเชื่อมั่นว่าเม็ดเงินจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะกระตุ้นระบบเศรษฐกิจได้ในวงกว้าง
![]()













