กรุงเทพฯ, 15 กันยายน 2568 — การ์ทเนอร์ (Gartner) คาดการณ์ว่าในปีหน้า (2569) แอปพลิเคชันระดับองค์กร (Enterprise Applications) ถึง 40% จะฝัง AI Agents เฉพาะงาน (Task-Specific AI Agents) เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มีไม่ถึง 5% โดยการเร่งทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันกำลังผลักดันให้องค์กรต้องก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ที่สามารถทำงานอย่างชาญฉลาด ร่วมกับมนุษย์และทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ้นปี 2568 นี้ แอปพลิเคชันองค์กรเกือบทั้งหมดจะมี AI Assistants ฝังในระบบ แต่จะยังไม่ใช่เอเจนต์เต็มรูปแบบ เนื่องจากยังพึ่งพามนุษย์ควบคุม และมีการเกิดปรากฏการณ์ “Agentwashing” หรือการเรียกผู้ช่วย AI เหล่านี้ว่า “เอเจนต์” ทั้งที่ยังไม่ใช่ Agentic AI แท้จริง
Anushree Verma ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ เปิดเผยว่า AI Agents กำลังพัฒนาจากผู้ช่วยพื้นฐาน ไปสู่ Task-Specific Agents และต่อยอดสู่ระบบนิเวศ Multiagent ภายใน 4 ปี (2572) ซึ่งจะเปลี่ยนแอปพลิเคชันองค์กรจากเครื่องมือสนับสนุนการทำงานรายบุคคล สู่แพลตฟอร์มที่ทำงานอัตโนมัติแบบไดนามิก
การ์ทเนอร์ยังประเมินว่า ภายในปี 2575 Agentic AI จะขับเคลื่อนรายได้ซอฟต์แวร์องค์กรกว่า 450 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วน 30% ของตลาด เทียบกับ 2% ในปีนี้
สำหรับ CIO และผู้บริหารองค์กร การ์ทเนอร์เตือนว่ามีเวลาเพียง 3-6 เดือน ในการกำหนดกลยุทธ์และลงทุนในด้าน Agentic AI เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้ตามในสนามแข่งขัน โดยแผนยุทธศาสตร์จะพัฒนาเป็น 5 ระยะ ได้แก่
1. AI Assistants ในทุกแอปพลิเคชัน (สิ้นปี 2568)
2. Task-Specific AI Agents (ปี 2569)
3. Collaborative AI Agents ร่วมงานกันภายในแอปฯ (ปี 2570)
4. AI Agent Ecosystems ข้ามแอปพลิเคชัน (ปี 2571)
5. New Normal ของแอปพลิเคชันองค์กรที่ทำงานอิสระ (ปี 2572 เป็นต้นไป)
การเปลี่ยนผ่านนี้จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับองค์กร ทั้งในด้านเวิร์กโฟลว์ การทำงานร่วมกัน และโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI
![]()














