ซัมซุงตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดสมาร์ทโฟนจอพับ หลัง Galaxy Z8 Series สร้างสถิติยอดพรีออร์เดอร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย โดยเฉพาะ Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra ที่มียอดสั่งจองล่วงหน้าเติบโตเกือบ 60% เมื่อเทียบกับ Galaxy Z Fold7 สะท้อนดีมานด์ของตลาดสมาร์ทโฟนพรีเมียมและการตอบรับต่อเทคโนโลยีจอพับเจเนอเรชันใหม่
ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกต่อกลยุทธ์ธุรกิจสมาร์ทโฟนจอพับของซัมซุง ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีในกลุ่ม Galaxy Z Series ต่อเนื่องมาแล้ว 7 เจเนอเรชัน โดย Galaxy Z8 Series ถูกวางให้เป็นผลิตภัณฑ์สำคัญในการขยายฐานผู้ใช้งาน ตั้งแต่กลุ่มคนรุ่นใหม่และสายคอนเทนต์ ไปจนถึงกลุ่มผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการสมาร์ทโฟนรองรับการทำงานแบบ Multitasking
หลังเปิดตัว Galaxy Z8 Series สามารถสร้างกระแสตอบรับจากผู้บริโภคในหลายประเทศ โดย Galaxy Z Fold8 ขึ้นเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ครองสัดส่วนยอดจองถึง 6 ใน 10 ของตระกูล Galaxy Z8 Series ขณะที่ประเทศไทยมีกระแสตอบรับทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้านตั้งแต่วันแรก และมี Social Buzz หรือการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น 3.4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเปิดตัวของรุ่นก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนพรีเมียมที่กำลังขยับจากการแข่งขันด้านสเปกเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างรูปแบบการใช้งานใหม่ โดยสมาร์ทโฟนจอพับกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตใช้สร้างความแตกต่าง ทั้งด้านดีไซน์ หน้าจอ ประสิทธิภาพ กล้อง และการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศ AI
สำหรับ Galaxy Z Fold8 ซัมซุงชูจุดเด่นด้านดีไซน์ที่รองรับไลฟ์สไตล์สายคอนเทนต์ ทั้งวิดีโอสั้น เว็บตูน เกม และ e-book ผ่านหน้าจอหลักอัตราส่วน 4:3 พร้อมน้ำหนักเพียง 201 กรัม ทำให้เป็น Galaxy Z Fold ที่บางและเบาที่สุดเท่าที่บริษัทเคยพัฒนา
ส่วน Galaxy Z Fold8 Ultra เจาะกลุ่มผู้ใช้งานระดับโปรและกลุ่มที่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือทำงาน ด้วยหน้าจอหลักขนาด 8 นิ้ว เพิ่มพื้นที่สำหรับการทำงานหลายหน้าจอพร้อมกัน พร้อมยกระดับระบบกล้อง ขณะที่ Galaxy Z Flip8 เน้นตลาดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวและดีไซน์ ด้วยตัวเครื่องที่บางลงและ FlexWindow รูปแบบใหม่ ซึ่งสามารถเข้าถึงแอป การแจ้งเตือน และฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านหน้าจอด้านนอกได้ทันที
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในภูมิภาค สี Graphite และ Lavender เป็นสีที่ได้รับความนิยม ขณะที่ Galaxy Z Fold8 Ultra มี Violet Shadow และ Graphite เป็นตัวเลือกยอดนิยม ส่วน Galaxy Z Flip8 มี Pink และ Graphite เป็นสีขายดี
ซัมซุงยังเดินหน้าขยายระบบนิเวศของอุปกรณ์ควบคู่กับสมาร์ทโฟน ด้วย Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 เพื่อเชื่อมโยงการใช้งานด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์เข้ากับ Galaxy Z Series และเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem และ AI ของแบรนด์
สำหรับตลาดประเทศไทย Galaxy Z Fold8 Ultra เปิดราคาเริ่มต้น 69,900 บาท และสูงสุด 93,900 บาท ขณะที่ Galaxy Z Fold8 เริ่มต้น 61,900 บาท สูงสุด 85,900 บาท ส่วน Galaxy Z Flip8 เริ่มต้น 42,900 บาท และรุ่นความจุ 512GB ราคา 50,900 บาท
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการพรีออร์เดอร์ ซัมซุงใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายหลายรูปแบบเพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อ ทั้งส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 8,000 บาท โปรแกรม Trade-in Bonus รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 11,000 บาท ฟรีอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว สิทธิ์ซื้อ Galaxy Watch หรือ Galaxy Buds ในราคาพิเศษลด 30% รวมถึงเครดิตเงินคืนและการผ่อนชำระจากช่องทางที่ร่วมรายการ
นอกจากนี้ ผู้ซื้อ The new Galaxy Z8 Series ยังได้รับสิทธิ์ทดลองใช้ Google AI Pro ฟรี 6 เดือน มูลค่า 4,500 บาท พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ 5 TB ตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ลูกค้า Galaxy Z Series ใหม่ได้รับสิทธิ์เปลี่ยนฟิล์มหน้าจอฟรี 1 ครั้งภายใน 1 ปีนับจากวันที่ซื้อ
สำหรับประเทศไทย ซัมซุงเปิดรับพรีออร์เดอร์ Galaxy Z8 Series ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ซึ่งถือเป็นช่วงสุดท้ายของแคมเปญสั่งจองล่วงหน้า ก่อนเดินหน้าทำตลาดเต็มรูปแบบ โดยสถิติยอดจองที่เติบโตเกือบ 60% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย นับเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญว่าตลาดสมาร์ทโฟนจอพับยังมีพื้นที่เติบโต และกำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม
![]()













