สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ล่าสุด (11 พฤศจิกายน 2568) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแตะระดับ 99.54% ของความจุ หรือคิดเป็นกว่า 13,400 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุรวม 13,462 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เขื่อนภูมิพลจะเริ่ม ระบายน้ำตามแผนของกรมชลประทาน ในอัตรา 55 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลและเตรียมรองรับปริมาณฝนที่ยังมีแนวโน้มตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การบริหารจัดการน้ำครั้งนี้เป็นไปตามแผนการระบายน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยประสานการทำงานร่วมกับ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อควบคุมระดับน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน–น้ำหลาก ไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เกษตรและชุมชนในภาคกลางตอนล่าง
ทั้งนี้ เขื่อนภูมิพลถือเป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักของประเทศ และเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา การระบายน้ำในช่วงนี้จะช่วยควบคุมระดับน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ขณะเดียวกันกรมชลประทานได้แจ้งเตือนหน่วยงานในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง ให้เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงกลาง–ปลายสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ หน่วยงานยังคงติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ซึ่งระบุว่าในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนยังคงมีฝนตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคกลางตอนบน อาจส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นอีก
การบริหารจัดการน้ำในปีนี้ถือเป็นภารกิจท้าทายของกรมชลประทาน เนื่องจากปริมาณฝนสะสมตลอดปี 2568 สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 15–20% ส่งผลให้หลายเขื่อนหลักมีระดับน้ำเกือบเต็มความจุ พร้อมกันในเวลาใกล้เคียงกัน จึงต้องบริหารอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการป้องกันน้ำท่วมและการเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยืนยันว่า สถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ และจะมีการแจ้งข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ปลายน้ำได้รับทราบสถานการณ์อย่างทันท่วงที
![]()














