ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (กรุงศรี) รายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ 31,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความสามารถในการบริหารธุรกิจอย่างรอบคอบ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความท้าทายรอบด้าน โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
ในปี 2568 กรุงศรีมุ่งเน้นกลยุทธ์ “การเติบโตอย่างมีคุณภาพ” (Quality Growth) เพื่อรักษาเสถียรภาพและคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อรวมเติบโต 1.7% จากปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 32,779 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่เติบโต 2.7% รวมถึงการรวมพอร์ตสินเชื่อของ TIDLOR ในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยปรับตัวลดลง สอดคล้องกับอุปสงค์ภายในประเทศและความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่อ่อนแอ
ด้านเงินรับฝากปรับลดลง 4.8% หรือ 86,901 ล้านบาท จากสิ้นปี 2567 โดยเป็นผลจากการลดลงของเงินรับฝากประจำ สะท้อนการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุก ภายใต้ภาวะที่การเติบโตของสินเชื่อยังอยู่ในระดับต่ำ
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.35% จาก 4.28% ในปีก่อนหน้า จากการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง และการรวมพอร์ตสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงจาก TIDLOR ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตโดดเด่น 14.1% หรือเพิ่มขึ้น 6,402 ล้านบาท จากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ กำไรพิเศษจากการลงทุน และกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.26% ใกล้เคียงกับ 3.23% ณ สิ้นปี 2567 โดยธนาคารยังคงตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 126.9% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 20.69% จาก 19.38% สะท้อนฐานะเงินกองทุนที่มั่นคง
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า กรุงศรียังคงมุ่งมั่นดำเนินกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์และต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ พร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 นายเคนอิจิคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 1.8% ลดลงจาก 2.1% ในปีก่อนหน้า จากแรงกดดันทั้งเชิงวัฏจักรและเชิงโครงสร้าง การบริโภคที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี ภาคท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 35.5 ล้านคน และได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กรุงศรีในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินขนาดใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ และเป็นสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.93 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.74 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.65 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ที่ 336.6 พันล้านบาท โดยเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 16.41%
![]()













