บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ประกาศกลยุทธ์นวัตกรรมระยะกลาง “Innovation Strategy 2026” ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็น 15% ของรายได้รวมภายในปี 2569 ตอกย้ำบทบาทผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ผ่าน 3 เสาหลักด้านนวัตกรรม ได้แก่ Collaboration, Longevity และ Palatability
กลยุทธ์ดังกล่าวต่อยอดจากความสำเร็จในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สร้างสัดส่วนรายได้แล้ว 11% ของยอดขายสุทธิ พร้อมสะท้อนทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ อายุยืนยาว และคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
ไอ-เทลชี้ว่า แนวโน้มสัตว์เลี้ยงสูงวัยที่เพิ่มขึ้นหลังยุคโควิด-19 ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Parents มองหาอาหารที่มีประโยชน์เชิงสุขภาพและมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มโภชนบำบัด (Nutraceuticals) จะเติบโตเฉลี่ย 7.1% ต่อปี นับจากปี 2569 และมีมูลค่าสูงถึง 8.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574
เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว ไอ-เทลเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมด้านสุขภาพและรสชาติอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2567–2568 บริษัทได้เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์รวมกว่า 548 รายการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม
นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2569 อุตสาหกรรมอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ประโยชน์ด้านสุขภาพที่ชัดเจน วัดผลได้จริง และเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง ไอ-เทลจึงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในฐานะหัวใจหลักของการเติบโตระยะยาว ภายใต้แนวคิดโภชนาการที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์ (Science-led Nutrition) เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ความสุข และอายุที่ยืนยาวของสัตว์เลี้ยง
3 เสาหลักกลยุทธ์นวัตกรรมไอ-เทล
เสาหลักแรก คือ การขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่านความร่วมมือ (Collaboration) ไอ-เทลทำงานร่วมกับแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับโลกตั้งแต่ขั้นพัฒนาคอนเซปต์ พร้อมผนึกกำลัง 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย เชื่อมองค์ความรู้ทางวิชาการกับภาคอุตสาหกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากอีโคซิสเต็มนวัตกรรมของกลุ่มไทยยูเนี่ยน อาทิ i-Cattery, Global PetCare Innovation Center และ Global Innovation Center
เสาหลักที่สอง คือ การยกระดับโภชนาการเพื่อสุขภาพและอายุยืนยาว (Longevity) ไอ-เทลมุ่งพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Food) พร้อมขยายสู่กลุ่มอาหารเสริม โภชนบำบัด และ Personalized Diets ภายในปี 2573 โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากท้องทะเลของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ควบคู่การผลิตที่คงคุณค่าทางโภชนาการ ใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่รับผิดชอบ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างโปร่งใส
เสาหลักที่สาม คือ นวัตกรรมตามหลักวิทยาศาสตร์ที่มาพร้อมความอร่อย (Palatability) ผ่านศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว i-Cattery ที่ทดสอบผลิตภัณฑ์จริงร่วมกับ “แมวนักชิม” ช่วยให้พัฒนาสูตรอาหารได้เร็วขึ้นถึง 3 เท่า โดยระหว่างปี 2566–2568 มีการทดสอบผลิตภัณฑ์กว่า 795 รายการให้กับแบรนด์ระดับโลกกว่า 20 แบรนด์ พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ระดับสูงสุดจาก AAALAC International ซึ่งไอ-เทลเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพียงรายเดียวของโลกที่ได้รับการรับรองดังกล่าว
ทั้ง 3 เสาหลักจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งอนาคต ผ่านการยกระดับมาตรฐานโภชนาการด้วยนวัตกรรมที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์ ควบคู่การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยงทั่วโลก
![]()














