ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท เปิดโครงการใหม่ 4–6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500–4,500 ล้านบาท ครอบคลุมทาวน์โฮม บ้านแนวคิดใหม่ (บ้านแฝด) และบ้านเดี่ยว ราคา 2–12 ล้านบาท มุ่งตอบโจทย์กลุ่ม Real Demand และวางรากฐานสู่การเป็น National Property Company ในระยะยาว
นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงปีก่อน โดย IMF และ World Bank ประเมินกรอบการเติบโตที่ราว 2.6–3.3% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และมาตรการกีดกันทางการค้า ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับเศรษฐกิจไทย คาดว่าการเติบโตอาจต่ำกว่า 2% จากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่กระทบภาคส่งออก ขณะเดียวกัน ยังมีแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยว การลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับแรงส่งจากการอนุมัติโครงการ BOI รวมถึงเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและบรรยากาศการเลือกตั้ง
ในมุมมองตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2568 ที่ผ่านมา หดตัวกว่า 17% จากกำลังซื้อที่อ่อนแรงและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจุดสมดุลของตลาดเริ่มชัดเจนขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการหลายรายชะลอเปิดโครงการใหม่ ทำให้ความเสี่ยง Oversupply ลดลง และการแข่งขันจะเหลือเฉพาะผู้เล่นที่มีศักยภาพจริง ทั้งด้านคุณภาพโครงการ การบริหารต้นทุน และเสถียรภาพทางการเงิน
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จึงวางกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจบน 5 แกนสำคัญ ได้แก่
1. รักษาสภาพคล่องทางการเงิน
2. ควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับต่ำ
3. เปิดโครงการใหม่อย่างแม่นยำ บนฐานข้อมูลเชิงลึก
4. บริหารคุณภาพทั้งสินค้า ระบบ และทรัพยากรมนุษย์
5. ยกระดับองค์กรตามแนวทาง ESG
บริษัทมีระดับหนี้สินต่อทุนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และเตรียมวงเงินสำรองจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง จึงมีความยืดหยุ่นด้านเงินทุนรองรับการขยายธุรกิจและการบริหารหนี้
ด้านนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยกำลังเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพและความคุ้มค่าในระยะยาว” มากขึ้น บริษัทจึงกำหนดกรอบดำเนินงานปี 2569 ภายใต้แนวคิด
“Year of Competitive Survival with Quality, Lean and Innovation for Resilience & Sustainable Growth”
โดยเน้น 3 แกนหลัก คือ
การเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG
การวิจัย Insight ลูกค้าเพื่อพัฒนาโครงการอย่างแม่นยำ
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มความคล่องตัวองค์กร
ในด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ ไลโอ, แลนซีโอ, บ้านลลิล และ ลลิล กรีนวิลล์ โดยยังคงจุดแข็งด้านแบบบ้านสไตล์ French Colonial ที่ผสานความคลาสสิกและฟังก์ชันการใช้งานจริง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างการจดจำแบรนด์ในตลาดระดับกลางถึงบน
ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารับรู้รายได้ 3,350 ล้านบาท พร้อมกระจายโครงการในทำเลศักยภาพ สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่
“ปีนี้คือปีแห่งความท้าทาย ผู้ประกอบการต้องสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความสามารถในการปรับตัว ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จะเดินหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lalinproperty.com
![]()













