การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เดินหน้าปฏิรูปการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประเทศ ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ ยกระดับฐานข้อมูลเชิงพื้นที่สู่การกำหนดนโยบายสาธารณะอย่างแม่นยำ มุ่งสร้างความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และวางรากฐานคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้ประชาชนทุกกลุ่ม

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.อำนาจ จำรัสจรุงผล กรรมการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเผยแพร่ผลงานวิชาการ ภายใต้โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่อยู่อาศัยและบริการเผยแพร่ ปีงบประมาณ 2568 ในหัวข้อ “GEO AI สู่การเป็น Smart Living” ณ ห้องบอลรูม ชั้น 7 โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า เวทีดังกล่าวไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลงานทางวิชาการ แต่เป็นการสะท้อนทิศทางใหม่ของการพัฒนาที่อยู่อาศัยไทย ที่ขับเคลื่อนด้วย “ข้อมูลกับปัญญา” เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายในยุคดิจิทัล
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) ภายใต้การกำกับของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มุ่งสร้างหลักประกันด้านที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้เข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม
ปรับฐานข้อมูล 6 จังหวัด ยกระดับความแม่นยำเชิงพื้นที่
กคช. ได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยบูรพา ดำเนินโครงการพัฒนาข้อมูลสารสนเทศที่อยู่อาศัยและบริการเผยแพร่ เพื่อสำรวจและปรับปรุงฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งชุมชนผู้มีรายได้น้อย โครงการที่อยู่อาศัยภาครัฐ และโครงการภาคเอกชน
พื้นที่นำร่องประกอบด้วย
เชียงใหม่
เชียงราย
หนองคาย
นครพนม
มุกดาหาร
ตาก
การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานฐานข้อมูลภาครัฐ เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ และสนับสนุนการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัดอย่างแท้จริง
GEO AI เปลี่ยน “ข้อมูล” เป็น “ปัญญา”
กคช. ก้าวสู่ระยะใหม่ของการพัฒนา ด้วยการบูรณาการ GEO AI (Geospatial Artificial Intelligence) และ Machine Learning (ML) เข้ากับระบบฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศที่อยู่อาศัย ทำให้สามารถ
มองเห็นความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่อย่างชัดเจน
ระบุพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัย
คาดการณ์แนวโน้มความต้องการในอนาคต
วางแผนจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภาครัฐ
ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การสร้าง “Smart Living” บนพื้นฐานของข้อมูลที่เที่ยงตรง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน มีความมั่นคงทางสังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
ผู้ว่าการ กคช. กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่อยู่อาศัยไม่ใช่เพียงปัจจัยสี่ แต่คือรากฐานของความเสมอภาคและโอกาสในชีวิต การขับเคลื่อน GEO AI ครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาประเทศ “โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
![]()











