ในวันที่คำว่า “Inclusive Growth” ถูกพูดถึงในวงกว้าง คำถามสำคัญคือใครกำลังทำให้มันเกิดขึ้นจริง ความร่วมมือระหว่าง บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และ มูลนิธิโครงการหลวง คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการแปลงแนวคิดให้กลายเป็นระบบเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านงาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง ดี อร่อย จากดอยสู่เมืองที่บิ๊กซี ปีที่ 4” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 ครอบคลุมสาขาทั่วประเทศ
บรรยากาศพิธีเปิดที่บิ๊กซี เพลส สาขารัชดาภิเษก ไม่ได้เป็นเพียงภาพของงานแฟร์สินค้าเกษตร แต่สะท้อนความร่วมมือเชิงโครงสร้างระหว่างภาคเอกชนและองค์กรพัฒนาสังคม โดยมี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธี ภาพดังกล่าวตอกย้ำว่าการยกระดับเกษตรกรบนพื้นที่สูงไม่ใช่ภารกิจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากเป็นการเดินร่วมกันของทั้งระบบ
ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งตามพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โครงการหลวงได้ทำหน้าที่วิจัยและส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาว เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำบนพื้นที่สูงในภาคเหนือ การพัฒนาจากต้นน้ำที่แข็งแรง วันนี้กำลังถูกเชื่อมต่อสู่ปลายน้ำอย่างเป็นระบบ ผ่านเครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีศักยภาพกระจายสินค้าได้ทั่วประเทศ
ภายในงานปีนี้ สินค้ากว่า 100 รายการถูกนำเสนอภายใต้แนวคิด “กาดชาวดอย” ตั้งแต่ผักและผลไม้สด ดอกไม้ กาแฟ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ไปจนถึงงานหัตถกรรมท้องถิ่น โปรโมชันอย่างกะหล่ำปลีแพ็คละ 22 บาท สตรอว์เบอร์รีแพ็คละ 79 บาท หรือข้าวเกรียบซื้อ 3 ชิ้น 100 บาท อาจดูเหมือนกิจกรรมส่งเสริมการขายทั่วไป แต่เบื้องหลังคือกลไกที่ช่วยให้ผลผลิตคุณภาพจากยอดดอยสามารถแข่งขันในตลาดเมืองได้อย่างมีศักยภาพ ขณะเดียวกันยังขยายรูปแบบมินิแฟร์ไปยัง 20 สาขาหลัก และวางจำหน่ายสินค้าโครงการหลวงในบิ๊กซีกว่า 206 สาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง
สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ยอดขายระยะสั้น แต่อยู่ที่ความมั่นคงของรายได้เกษตรกร เมื่อมีตลาดรองรับที่แน่นอน รายได้สามารถคาดการณ์ได้ เกษตรกรย่อมกล้าวางแผนการผลิต ปรับปรุงคุณภาพ และรักษามาตรฐานอย่างยั่งยืน ห่วงโซ่คุณค่าจึงเดินหน้าไปพร้อมกัน ตั้งแต่ผู้ปลูก ผู้กระจายสินค้า ไปจนถึงผู้บริโภคที่ได้สินค้ามาตรฐานในราคาจับต้องได้
ในบริบทเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดัน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรงคือรากฐานของเสถียรภาพระยะยาว บทบาทของค้าปลีกไทยจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเป็นจุดจำหน่ายสินค้า แต่กำลังก้าวสู่การเป็นกลไกเชื่อมโยงต้นน้ำและปลายน้ำให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล
“จากดอยสู่เมือง” จึงไม่ใช่เพียงคำขวัญของงาน หากเป็นภาพสะท้อนทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทย ที่การเติบโตต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และคำว่า Inclusive Growth ต้องเกิดขึ้นจริงในชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง
เมื่อยอดดอยเชื่อมตรงถึงเชลฟ์ค้าปลีกสมัยใหม่ โอกาสก็ถูกกระจายลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และนี่คือความหมายที่แท้จริงของการเติบโตไปด้วยกัน
![]()













