ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกระเพื่อมระลอกใหม่ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน โดยทีมกลยุทธ์การลงทุนของ Krungthai CIO ภายใต้ ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ ได้เพิ่มระดับความผันผวนของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
แรงกังวลดังกล่าวทำให้นักลงทุนทั่วโลกปรับพอร์ตเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาน้ำมันและทองคำปรับตัวขึ้น ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
หุ้นโลกผันผวน เทคโนโลยีโดนแรงขาย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหลักทั่วโลกอ่อนตัวลงจาก 2 ปัจจัยสำคัญ
1) AI Disruption Risk
ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าเทคโนโลยี AI อาจเข้ามาแทนที่บางธุรกิจเร็วกว่าคาด
2) AI Capex Fatigue
ความเสี่ยงที่เม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจเริ่มชะลอตัว
แม้บริษัทชั้นนำอย่าง Nvidia จะรายงานผลประกอบการดีกว่าคาด แต่แรงขายในกลุ่มเทคโนโลยียังคงรุนแรง สะท้อนภาวะ “ปรับฐานเชิงจิตวิทยา” มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน
Krungthai CIO มองว่า การเทขายอาจเกินจริง เนื่องจากกลุ่ม Hyperscalers รายใหญ่ยังเดินหน้าเพิ่มงบลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อเนื่องในปี 2569 ซึ่งเป็นแรงหนุนระยะยาวต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และพลังงาน
ไทยลดดอกเบี้ย หนุนส่งออก–ไฟแนนซ์
ในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านการเติบโตเศรษฐกิจ
การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ เมื่อรวมกับมาตรการกำกับธุรกรรมทองคำที่เริ่มใช้ในเดือนมีนาคม มีส่วนช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาท และเป็นบวกต่อ
กลุ่มผู้ส่งออก (เงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น)
หุ้นไฟแนนซ์ (ต้นทุนทางการเงินลดลง)
ขณะที่ญี่ปุ่น ตลาดจับตาการเปลี่ยนผ่านผู้นำรัฐบาลและท่าทีของ Bank of Japan ซึ่งมีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย อาจกดดันค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลงในระยะถัดไป
กลยุทธ์ลงทุน: Barbell Strategy + ทองคำ 5–10%
ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง Krungthai CIO แนะนำการจัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “ความเสี่ยง” และ “โอกาส” โดยกระจายลงทุนใน 2 ขั้วหลัก
🔹 ฝั่ง Defensive (เชิงรับ)
หุ้นกลุ่ม Healthcare
REITs ที่ให้อัตราปันผลสูง
🔹 ฝั่ง Growth (เติบโต)
หุ้นเติบโตพื้นฐานแข็งแกร่ง
ธีม AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
พร้อมเน้นถือ ทองคำ 5–10% ของพอร์ต ทำหน้าที่เป็น “กันชน” (Hedge) รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ
นอกจากนี้ ยังมองหาโอกาสในตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตโดดเด่น เช่น
อินเดีย
เวียดนาม
เพื่อกระจายแหล่งสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดพัฒนาแล้วยังผันผวน
สรุปภาพใหญ่
ความเสี่ยงจากตะวันออกกลางกำลังเป็นตัวเร่งความผันผวนรอบใหม่ ขณะที่ธีม AI แม้เผชิญแรงกดดันระยะสั้น แต่ระยะยาวยังมีศักยภาพเติบโต
ในภาวะเช่นนี้ “การกระจายความเสี่ยงอย่างมีวินัย” คือหัวใจสำคัญ
และทองคำในสัดส่วนเหมาะสม อาจเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนผ่านช่วงความไม่แน่นอนนี้ไปได้อย่างมั่นคง
![]()













