บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินในระดับสากล หลังได้รับการยืนยันอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินจาก Fitch Ratings โดยคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS) ที่ระดับ ‘A-’ พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) สะท้อนฐานะการเงินที่มั่นคงและศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ Fitch Ratings ยังได้คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating: IDR) ที่ระดับ ‘BBB+’ และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ในระดับสูงสุด ‘AAA(tha)’ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงิน ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า Fitch Ratings ประเมินว่าบริษัทมีระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาก (Extremely Strong Capitalisation) โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อความเสี่ยง (RBC) อยู่ที่ 499% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมกันนี้ Fitch ยังประเมินว่าโครงสร้างธุรกิจของเมืองไทยประกันชีวิตอยู่ในระดับ “Favourable” และผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายในหลายด้าน
รายงานยังระบุว่า การปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์ด้านการคุ้มครองและสุขภาพ (Protection & Health) มากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกันบริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุนได้อย่างเหมาะสม โดยมีสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับฐานเงินกองทุน
อีกทั้ง เมืองไทยประกันชีวิตยังมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรงจากการมีฐานลูกค้าที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายกลุ่มความต้องการ และช่องทางการจัดจำหน่ายที่สมดุล พร้อมได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นหลัก ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และ Ageas Insurance International ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพในการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นายสาระ กล่าวว่า การได้รับการยืนยันอันดับเครดิตจาก Fitch Ratings ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความแข็งแกร่งของพื้นฐานธุรกิจ ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า และการปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มด้านสุขภาพและการคุ้มครองในระยะยาว
บริษัทจะยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้เอาประกันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
ในด้านความยั่งยืน Fitch Ratings ยังประเมินว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีผลกระทบต่ออันดับเครดิตในระดับจำกัด โดยสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดีและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การยืนยันอันดับเครดิตในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่ง ความน่าเชื่อถือ และศักยภาพของเมืองไทยประกันชีวิตในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง
![]()













