กรุงเทพฯ – เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ จำเป็นต้องประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) และหยุดเดินโรงงานชั่วคราว หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การขนส่งวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตเกิดข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม โรงงานอื่นในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจี ยังดำเนินงานตามปกติ

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทติดตามและประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ การควบคุมต้นทุนอย่างรอบคอบ และการรักษาวินัยทางการเงิน เพื่อรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลก
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก เมื่อการปิดเส้นทางดังกล่าวยืดเยื้อและยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้แนฟทา (Naphtha) และโพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของโรงงานโอเลฟินส์ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ บางส่วนไม่สามารถขนส่งมายังประเทศไทยได้ตามแผน
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องหยุดเดินโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) เป็นการชั่วคราว และได้ประกาศเหตุสุดวิสัยต่อคู่ค้าและลูกค้าตามเงื่อนไขในสัญญาที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยการหยุดโรงงานดังกล่าวคาดว่าจะมีผลกระทบต่อต้นทุนประมาณ 150 ล้านบาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ROC ถือเป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) และดิจิทัล (Digitization) มาใช้ในการดำเนินงาน ทำให้สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอสซีจีระบุว่า แม้โรงงาน ROC จะหยุดดำเนินการชั่วคราว แต่โรงงานอื่นในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจี ยังคงดำเนินงานตามปกติ โดยมีการปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น กลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือกที่ไม่ใช่น้ำมันมากขึ้น เพื่อลดความผันผวนของแหล่งพลังงานและเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
ในด้านสถานะการเงิน เอสซีจีระบุว่ายังคงมีความแข็งแกร่ง โดยในปี 2568 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) อยู่ที่ 55,012 ล้านบาท และมีเงินสดในมือเพียงพอรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
“เอสซีจี ยืนยันว่าธุรกิจอื่น ๆ ยังดำเนินงานปกติ โดยจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นสำคัญ” นายธรรมศักดิ์ กล่าว
![]()













