กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล โดยโรงพยาบาลพญาไท 2 เดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพเชิงป้องกัน จัดเวิร์กช็อป “วิชา : จังหวะหัวใจ เช็กยีน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ พร้อมลองใช้เครื่อง AED ฝึกทำ CPR” ภายในงาน Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ณ IMPACT Exhibition Center เมืองทองธานี มุ่งยกระดับความเข้าใจโรคหัวใจและเสริมทักษะช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้ประชาชน
กิจกรรมครั้งนี้นำโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจจากโรงพยาบาลพญาไท 2 ได้แก่ นพ.ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ, รศ.นพ.กิตติชัย เหลืองทวีบุญ และ นพ.อมร จงสถาพงษ์พันธ์ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและภาวะหัวใจขาดเลือด ตั้งแต่สาเหตุ กลไกการเกิดโรค ไปจนถึงปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้สัญญาณเตือนและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
ทีมแพทย์ระบุว่า โรคหลอดเลือดหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสะสม เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง การสูบบุหรี่ หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งนำไปสู่การสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง และอาจเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
ขณะเดียวกัน ปัจจัยทางพันธุกรรมหรือประวัติครอบครัวก็มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยง เช่นเดียวกับโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และภาวะอ้วน รวมถึงความเครียดที่เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญ
ภายในเวิร์กช็อปยังเน้นย้ำถึง “สัญญาณเตือน” ของภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น อาการแน่นหน้าอก เจ็บร้าวไปแขน คอ หรือกราม เหนื่อยหอบ เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม คือ การเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และทดลองใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ผ่านสถานการณ์จำลอง โดยมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจในการรับมือเหตุฉุกเฉินก่อนถึงมือแพทย์
นอกจากนี้ ยังมีช่วงถาม–ตอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สอบถามเกี่ยวกับโรคหัวใจในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงแนวทางดูแลสุขภาพหัวใจในชีวิตประจำวัน
การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของโรงพยาบาลพญาไท 2 ในการเป็นมากกว่าสถานพยาบาล แต่เป็น “พันธมิตรด้านสุขภาพ” ที่มุ่งส่งเสริมการป้องกันโรค ควบคู่กับการรักษาอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด Value-based Healthcare เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนในทุกช่วงชีวิต
![]()













