สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เร่งลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี ตรวจสอบพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อผลไม้ (ล้ง) หลังพบสัญญาณผิดปกติของราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนที่ร่วงหนัก เหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท สวนทางต้นทุนการผลิตที่สูงถึงประมาณ 7 บาทต่อลูก ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากต้องเผชิญภาวะขาดทุนสะสม
ผศ. ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมี พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน และคณะทำงานร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
เบื้องต้นพบข้อสังเกตว่าราคามะพร้าวอาจไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดปกติ แต่มีความเป็นไปได้ว่ามีกลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาแทรกแซงและกำหนดราคารับซื้อ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการจับตาคือพฤติกรรม “ฮั้วราคา” ซึ่งมีข้อมูลว่าอาจมีการรวมตัวของผู้ประกอบการกว่า 300 แห่ง ตั้งกลุ่มแชตไลน์ลับเพื่อกำหนดเพดานราคารับซื้อไม่เกินลูกละ 10 บาทตลอดปี
หากการตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จะต้องรับโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจเหนือตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น การควบคุมระบบโลจิสติกส์ การกักตุนสินค้าในโรงงานไม่ยอมส่งออก เพื่อสร้างภาพว่าผลผลิตล้นตลาด ก่อนใช้เป็นเหตุผลกดราคารับซื้อจากเกษตรกร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กขค. ย้ำว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังไม่ใช่การชี้ชัดความผิดของผู้ประกอบการรายใด แต่เป็นการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในตลาด และขอความร่วมมือจากล้งในการเปิดเผยข้อมูลบัญชีและประวัติการซื้อขาย เพื่อความโปร่งใส
พร้อมกันนี้ เตรียมนำแนวทางตรวจสอบดังกล่าวไปต่อยอดเป็นโมเดลแก้ปัญหาล้งผลไม้ประเภทอื่น ๆ ที่อาจเผชิญปัญหาการครอบงำจากกลุ่มทุน รวมถึงเร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้าแก่ผู้ประกอบธุรกิจทั่วประเทศ
![]()













