“อมตะ ยู” เดินหน้าปักหมุดการลงทุนใน สปป.ลาว ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว หรือ EDL เพื่อพัฒนาโครงข่ายพลังงานอัจฉริยะรองรับโครงการ “Amata Smart & Eco City” ที่เมืองนาหม้อ แขวงอุดมไซ โดยชูเป้าหมายสร้างเมืองอุตสาหกรรมแบบครบวงจร หรือ Industrial City ที่ผสานทั้งภาคการผลิต ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดเข้าไว้ด้วยกัน หวังยกระดับพื้นที่ลาวตอนเหนือสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการลงทุนใหม่ของภูมิภาค
นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ ยู จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในระดับภาครัฐและเอกชน โดยมีนายจันสะแหวง บุนยง รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว และนางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ร่วมเป็นสักขีพยาน สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนจากทั้งสองประเทศต่อการพัฒนาโครงการเชิงยุทธศาสตร์นี้
เขาระบุว่า สำหรับเมืองอุตสาหกรรมยุคใหม่ “พลังงาน” ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ แต่ต้องเป็นระบบที่มีเสถียรภาพสูง ยืดหยุ่น และรองรับการขยายตัวในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะพลังงานคือหัวใจสำคัญของการดึงดูดนักลงทุนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่ในระยะยาว
ในระยะแรก โครงการจะเริ่มพัฒนาบนพื้นที่ราว 930 เฮกตาร์ หรือประมาณ 5,812.5 ไร่ โดยประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าไว้ที่ประมาณ 300–400 เมกะวัตต์ ก่อนจะทยอยขยายการพัฒนาให้ครบพื้นที่สัมปทานรวม 3,150 เฮกตาร์ หรือราว 19,687.5 ไร่ ซึ่งคาดว่าความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามขนาดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นในอนาคต
ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้งอมตะและ EDL จะร่วมกันดำเนินงานใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างครบวงจร ทั้งด้านเทคนิค พาณิชย์ และกฎระเบียบ การประสานแผนพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าในระยะยาวเพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการ และการผลักดันการใช้พลังงานสะอาดผ่านการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการลงทุนให้สอดรับกับแนวโน้มความยั่งยืนระดับสากล
ด้านนายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด กล่าวว่า อมตะได้วางแนวคิดการพัฒนา “Industrial City” หรือเมืองอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ที่ไม่ได้เน้นเฉพาะพื้นที่โรงงานเท่านั้น แต่รวมถึงที่อยู่อาศัยและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เมืองสามารถรองรับทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตได้ในพื้นที่เดียวกัน
ด้วยทำเลของลาวตอนเหนือที่มีศักยภาพเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับจีนและประเทศเพื่อนบ้าน โครงการอมตะซิตี้ นาหม้อ จึงถูกออกแบบให้เป็น “ประตูเศรษฐกิจ” แห่งใหม่ ที่จะช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค และเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
ขณะที่นายสุลิยา มะนีวง รองผู้อำนวยการใหญ่ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว หรือ EDL ยืนยันว่า EDL พร้อมสนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านเทคนิคและการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้า และรองรับการพัฒนาโครงข่ายส่งไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ สปป.ลาว และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่างอมตะและ EDL ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการวางระบบไฟฟ้าให้กับโครงการขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพการปูรากฐานเมืองอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยี และการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบเป็นแกนหลัก เพื่อผลักดัน “Amata City นาหม้อ” ให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของลาวเหนือ และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายการลงทุนสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
![]()













