Friday, August 14, 2026
9-PRU
previous arrow
next arrow
HomeINDUSTRY อุตสหกรรม“วราวุธ” โชว์ผล กอช. ดัน Made in Thailand หนุนรถสันดาปใช้ Biofuel ลดนำเข้า–เสริมแกร่งอุตสาหกรรมไทย

“วราวุธ” โชว์ผล กอช. ดัน Made in Thailand หนุนรถสันดาปใช้ Biofuel ลดนำเข้า–เสริมแกร่งอุตสาหกรรมไทย

“วราวุธ” เปิดผลประชุม กอช. ครั้งแรกปี 2569 เดินหน้าบูรณาการรัฐ–เอกชน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมไทย เห็นชอบหลักการส่งเสริม Made in Thailand ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เจาะ 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ “ป้องกันประเทศ–ระบบราง–เครื่องมือแพทย์” พร้อมย้ำไม่ทิ้งอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาป วางกรอบหนุน HEV–mHEV ใช้ Biofuel ลดพึ่งพาน้ำมันนำเข้า เสริมความมั่นคงทางพลังงาน ขณะที่แผนพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต วงเงิน 5,884 ล้านบาท 49 โครงการ คืบหน้า 77.22% คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 35,000 ล้านบาท

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยผลการประชุม คณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายกำหนดทิศทางและบูรณาการนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญทั้งการสร้างตลาดให้สินค้าไทย การรักษาฐานอุตสาหกรรมเดิม และการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ดัน Made in Thailand ใช้กำลังซื้อภาครัฐสร้างตลาดสินค้าไทย

หนึ่งในมติสำคัญของ กอช. คือการ เห็นชอบในหลักการส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือ Made in Thailand (MiT) ผ่านกลไกการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยมุ่งเน้น 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ภาครัฐเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์

ที่ประชุมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด ผลิตภัณฑ์ศักยภาพ หรือ Product Champion พร้อมจัดทำเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างที่สนับสนุนการใช้วัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือ Local Content และเร่งผลักดันสู่การใช้งานจริงในหน่วยงานภาครัฐ

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างตลาดภายในประเทศให้ผู้ผลิตไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้า และยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ไม่ทิ้งรถสันดาป วางกรอบ HEV–mHEV ใช้ Biofuel

ขณะเดียวกัน กอช. ยังเห็นชอบ กรอบการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปภายในที่ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ หรือ Biofuel เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานอุตสาหกรรมยานยนต์เดิม ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

มาตรการสำคัญครอบคลุมการกำหนดแนวทางด้าน ภาษีสรรพสามิตและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI เพื่อสนับสนุนรถยนต์ Hybrid Electric Vehicle (HEV) และ Mild Hybrid Electric Vehicle (mHEV)

ด้านเชื้อเพลิงและราคา จะพิจารณามาตรการภาษีน้ำมัน โครงสร้างราคา ตลอดจนสูตรคำนวณสัดส่วนการผสม E-flex และ B-flex ให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา รวมถึงปรับรูปแบบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์วัตถุดิบและราคาพลังงาน

เป้าหมายคือเพิ่มการใช้พลังงานชีวภาพที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้ ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

ครึ่งปีหลังอุตสาหกรรมมีสัญญาณฟื้น อิเล็กทรอนิกส์–อาหารสัตว์เลี้ยงหนุน

กอช. ยังรับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยปี 2569 โดยภาคการผลิตในช่วงครึ่งปีแรกยังอยู่ในระยะฟื้นตัว ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่คลี่คลาย รวมถึงการส่งออกที่ขยายตัว โดยมี อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป เป็นแรงสนับสนุนสำคัญ

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าปรับปรุง ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ให้สามารถสะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจและการส่งออก เช่น อุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์ รวมถึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve

ดึงกรอบ OECD นำร่องปิโตรเคมี–พลาสติก มุ่ง Net Zero

ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ที่ประชุมรับทราบการนำกรอบการดำเนินงานของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มาปรับใช้เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

เบื้องต้นจะนำร่องใน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและห่วงโซ่คุณค่าพลาสติก พร้อมผลักดันการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ อาทิ ไบโอเอทิลีน พลาสติกชีวภาพ และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS

นอกจากนี้ ยังเดินหน้ามาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม มอก. 9999 เพื่อผสานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ตามแนวทาง PDCA โดยตั้งเป้าขยายผลสู่สถานประกอบการอย่างน้อย 99 แห่งภายในปี 2570

รื้อกฎหมายอุตสาหกรรม 5 ฉบับ รับเศรษฐกิจยุคใหม่

ที่ประชุมยังรับทราบแผนปรับปรุงกฎหมายสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมรวม 5 ฉบับ แบ่งเป็นการแก้ไขกฎหมายเดิม 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511

พร้อมจัดทำกฎหมายใหม่ 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และ ร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรม คุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสินค้าด้อยคุณภาพให้ครอบคลุมถึงตลาดออนไลน์

นายวราวุธ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ โดยเน้นความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งแต่กระบวนการกำหนดมาตรการจนถึงการนำไปปฏิบัติ

เรื่องสำคัญจะถูกผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และจะมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนมติในระดับนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล

อัดงบ 5,884 ล้าน 49 โครงการ คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3.5 หมื่นล้าน

สำหรับ แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ประจำปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินงบประมาณรวม 5,884.1810 ล้านบาท ครอบคลุม 49 โครงการ โดยมีหน่วยงานร่วมบูรณาการจาก 7 กระทรวง 1 รัฐวิสาหกิจ รวม 14 หน่วยงาน

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า แผนดังกล่าวมุ่งต่อยอดการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ พัฒนาปัจจัยสนับสนุนและโครงสร้างพื้นฐาน ประยุกต์ใช้ระบบอัจฉริยะ หรือ Smart System และส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน

ผลการดำเนินงาน ณ ไตรมาส 3 ช่วงเดือนตุลาคม 2568–มิถุนายน 2569 มีการใช้จ่ายงบประมาณแล้ว 4,317.9636 ล้านบาท หรือ 73.38% และมีผลการดำเนินงานแล้วเสร็จ 77.22% โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ไม่น้อยกว่า 35,000 ล้านบาท

ด้านนางศุภจีได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการและเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมเน้นการสร้างซัพพลายเชนยานยนต์ไฟฟ้าและเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านการแปรรูปให้ตรงกับตลาดเป้าหมาย ตลอดจนการพัฒนาทักษะบุคลากรโดยมุ่งผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้จริง

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า