กระแสคัดค้านโครงการ “แลนด์บริดจ์” ชุมพร–ระนอง เริ่มร้อนแรงขึ้นในโลกออนไลน์ หลังมีการเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ เพื่อสะท้อนเสียงกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่ภาคใต้
โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) เป็นแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เชื่อมฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ผ่านท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง พร้อมโครงข่ายมอเตอร์เวย์และรถไฟรางคู่ ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) โดยใช้งบประมาณเฟสแรกเกือบ 1 ล้านล้านบาท เพื่อยกระดับศักยภาพการขนส่งและลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา
อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนและเครือข่ายสิ่งแวดล้อมตั้งข้อกังวลว่า พื้นที่ก่อสร้างโครงการมีความทับซ้อนกับทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ ทั้งแหล่งหญ้าทะเล ป่าชายเลน และแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะ “ปูม้า” ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของชุมชนชายฝั่ง
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง และอุทยานแห่งชาติแหลมสน รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ (แรมซาร์ไซต์) ที่อาจได้รับผลกระทบจากการถมทะเลและขุดลอกร่องน้ำขนาดใหญ่
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกคือ ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหล ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศชายฝั่ง โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความเปราะบางและฟื้นตัวได้ยาก
ด้านชุมชนประมงในพื้นที่ ระบุว่า หากโครงการเกิดขึ้นจริง อาจทำให้ไม่สามารถทำประมงในพื้นที่เดิมได้ และต้องย้ายไปยังแหล่งอื่น ส่งผลให้เกิดการแข่งขันทรัพยากรที่รุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ เครือข่ายผู้คัดค้านได้เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อในแคมเปญ “หยุด Landbridge” เพื่อผลักดันให้หน่วยงานรัฐทบทวนโครงการ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
![]()













