ท่ามกลางค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงต่อเนื่อง และผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหา “ความคุ้มครองที่เลือกได้” มากกว่าการซื้อประกันแบบเดิม เมืองไทยประกันชีวิตเดินเกมรุกอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “D Health Lite” พร้อมยกระดับบริการสุขภาพครบวงจรผ่านเครือข่าย “MTL Smile Hospital Network” ตอกย้ำภาพผู้นำด้าน Health & Wealth Solution ครบวงจร
บรรยากาศงานเปิดตัวเต็มไปด้วยความสนใจจากตัวแทนประกันและกลุ่มลูกค้า โดยบนเวทีมีการอธิบายจุดขายสำคัญของ “D Health Lite” ผ่านแนวคิด “คัดเลือกอย่างดี เพื่อคุณ” สะท้อนการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่ ฟรีแลนซ์ ครอบครัว และผู้สูงวัยที่ต้องการเข้าถึงความคุ้มครองสุขภาพในราคาที่จับต้องได้
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทต้องการพัฒนา “ประกันสุขภาพที่ใช้ได้จริง” ในวันที่ลูกค้าต้องการใช้ความคุ้มครองจริง ๆ ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วและค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทุกปี
จุดเด่นของ “D Health Lite” คือการออกแบบให้ลูกค้าสามารถ “เลือกแผนได้ตามงบ” ทั้งแบบเหมาจ่ายตั้งแต่บาทแรก หรือเลือกแผนร่วมจ่าย (Copayment) และแบบมี Deductible เพื่อช่วยลดภาระค่าเบี้ยประกันภัย โดยมีเบี้ยเริ่มต้นเฉลี่ยเพียงหลักสิบบาทต่อวัน
จากภาพนำเสนอภายในงาน บริษัทชูจุดขายว่า แผนเหมาจ่ายเริ่มต้นเฉลี่ยเพียงวันละ 46 บาท ขณะที่แผน Copayment เฉลี่ยวันละ 35 บาท และแผน Deductible เฉลี่ยประมาณวันละ 28 บาท สะท้อนกลยุทธ์ “ทำประกันสุขภาพให้เข้าถึงง่ายขึ้น”
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การรับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน ไปจนถึง 90 ปี และคุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี พร้อมเงื่อนไขที่สามารถอัปเกรดแผนได้โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่ในบางกรณี
ยกระดับการเคลม ผ่าน “MTL Smile Hospital Network”
นอกจากตัวผลิตภัณฑ์ เมืองไทยประกันชีวิตยังพยายามสร้าง “ประสบการณ์การรักษา” ที่แตกต่าง ผ่านโครงการ “MTL Smile Hospital Network” ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 165 แห่งทั่วประเทศ
ลูกค้าที่เข้ารับบริการในเครือข่าย จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น
เพิ่มวงเงินค่ารักษาสูงสุด 20%
เพิ่มจำนวนวันค่าห้องและค่าแพทย์สูงสุด 365 วัน
ลดภาระ Deductible ลง 10%
ลด Copayment ลง 50% ตามเงื่อนไข
มีบริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัดเร็วขึ้น
รับคำปรึกษาผ่าน “MTL Health Buddy” เพื่อช่วยแนะนำโรงพยาบาลและแพทย์เฉพาะทาง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของบริษัทประกัน จาก “ผู้จ่ายค่าสินไหม” ไปสู่ “ผู้ช่วยบริหารสุขภาพ” อย่างเต็มรูปแบบ
แตกไลน์สู่ตลาดบริหารความมั่งคั่ง
เปิด “เมืองไทย เลกาซี่ เวลธ์ 99/5”
ภายในงาน เมืองไทยประกันชีวิตยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “Legacy Planning” หรือการวางแผนส่งต่อมรดก ภายใต้ชื่อ “เมืองไทย เลกาซี่ เวลธ์ 99/5”
จากข้อมูลบนเวที บริษัทเปรียบเทียบให้เห็นว่า แบบประกันใหม่สามารถให้ความคุ้มครองชีวิต 100 ล้านบาท แต่ใช้เบี้ยรวมเพียง 49 ล้านบาท ลดลงประมาณ 23% เมื่อเทียบกับรูปแบบเดิม
โมเดลดังกล่าวออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า High Net Worth ที่ต้องการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงได้รับความคุ้มครองชีวิตในระดับสูง แต่ลดภาระเบี้ยประกันภัยลง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดประกันชีวิตไทยเริ่มขยับจากการแข่งขันด้าน “ราคา” ไปสู่การแข่งขันด้าน “โซลูชันทางการเงินและสุขภาพ” มากขึ้น และการเปิดตัวทั้ง D Health Lite และ Legacy Wealth 99/5 สะท้อนว่า เมืองไทยประกันชีวิตกำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นมากกว่าบริษัทประกัน แต่เป็นผู้ดูแลทั้ง “สุขภาพ” และ “ความมั่งคั่ง” ของลูกค้าในระยะยาว
ประกันยุคใหม่ ต้อง “เลือกได้–ใช้จริง–เข้าถึงง่าย”
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมประกันไทย คือ ผู้บริโภคต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งเรื่องราคา รูปแบบความคุ้มครอง และบริการหลังการขาย โดยเฉพาะในยุคที่คนรุ่นใหม่เริ่มมองประกันสุขภาพเป็น “สิ่งจำเป็น” มากกว่าสินค้าทางการเงินทางเลือก
“D Health Lite” จึงไม่ใช่แค่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ตลาดประกันสุขภาพกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคต้องสามารถ “ออกแบบความคุ้มครอง” ให้เหมาะกับชีวิตตัวเองได้มากขึ้น ขณะที่บริษัทประกันต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้คุ้มครองและผู้ช่วยดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง
![]()














