เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG (Environment, Social and Governance) อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2573 และสร้างอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญ ด้วยการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของประเทศไทยที่เข้าร่วมลงนามในหลักการลงทุนที่รับผิดชอบระดับสากล (UN-Supported Principles for Responsible Investment : UN PRI)
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รายงานความยั่งยืนปี 2568 จัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตามมาตรฐานสากล GRI (Global Reporting Initiative) เพื่อสะท้อนการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การดูแลลูกค้า การพัฒนาบุคลากร การรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลสิ่งแวดล้อม
ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทประกาศเดินหน้าสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ พร้อมตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2573 ขณะที่อาคาร 66 Tower และศูนย์การเรียนรู้สรรค์สาระ จังหวัดราชบุรี ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม LEED ระดับ Gold
ด้านสังคม เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพและชีวิต ภายใต้แนวคิด Democratize Insurance รองรับสังคมผู้สูงอายุผ่านกลยุทธ์ “SILVER Readiness by MTL” พร้อมเชื่อมโยง Health Ecosystem และเครือข่าย Nursing Home รวมถึงเปิดตัวโครงการ Smart Silver และ Smart Silver Plus นอกจากนี้ ยังพัฒนาฟีเจอร์ “Fit Rewards” บนแอปพลิเคชัน MTL Click ที่ให้ลูกค้านำคะแนนสุขภาพแลกรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุได้สูงสุด 15% รวมถึงเปิดตัว “MTL Retirement Check” เครื่องมือช่วยวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ ขณะที่ด้านบุคลากร บริษัทได้รับรางวัล Best Places to Work 2025 จาก WorkVenture และ HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ด้านบรรษัทภิบาล บริษัทเดินหน้าการลงทุนอย่างรับผิดชอบ ตั้งเป้าขยายการลงทุนในสินทรัพย์ ESG แตะ 16,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 พร้อมมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) มากกว่า 350% สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดถึง 2.5 เท่า อีกทั้งได้รับการประเมินความเสี่ยง ESG จาก Morningstar Sustainalytics อยู่ในระดับ Low Risk และคว้ารางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame) จากสำนักงาน คปภ. เป็นครั้งที่ 5 รวมถึงได้รับการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (NPS) เพิ่มจาก 75 เป็น 78 คะแนน และยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ รวมถึง Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย
นายสาระกล่าวว่า เมืองไทยประกันชีวิตจะเดินหน้าบูรณาการแนวคิด ESG เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสมดุลในทุกมิติ พร้อมส่งมอบคุณค่า ความมั่นคง และความสุขให้กับลูกค้า สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย
![]()















