“สกุชชี่” ของเล่นบีบคลายเครียดที่เคยโด่งดังเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน กลับมาเป็นกระแสไวรัลอีกครั้งในปี 2569 โดยไม่ได้เป็นเพียงของเล่นสำหรับเด็ก แต่ยังกลายเป็นไอเทมแห่งความทรงจำของคนวัยทำงาน สร้างแรงกระเพื่อมทั้งด้านเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และการตื่นตัวเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า
บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด เปิดเผยผลวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 จาก Facebook, X, YouTube, TikTok, Instagram และ Pantip พบว่ากระแส “สกุชชี่ 2026” ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์
ผลสำรวจพบว่า แหล่งซื้อสกุชชี่ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ ตลาดนัดและร้านค้าท้องถิ่น คิดเป็น 32.6% ตามด้วย ตลาดค้าส่งและย่านการค้าเก่า เช่น สำเพ็ง สะพานเหล็ก และเยาวราช 28.3% ขณะที่ ช่องทางออนไลน์ มีสัดส่วน 27.3% และ ห้างสรรพสินค้า อยู่ที่ 11.8%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า กระแสสกุชชี่ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ค้ารายย่อยและเศรษฐกิจฐานรากอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตลาดนัดและย่านค้าส่งที่กลับมาคึกคักจากการตามล่าของสะสมและสินค้ารุ่นหายาก
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค การวิเคราะห์บทสนทนาพบว่า ผู้ใช้งานกว่า 50.9% ชื่นชอบสกุชชี่จากประสบการณ์การสัมผัสและการบีบที่ช่วยผ่อนคลาย รองลงมาคือความสุขจากดีไซน์น่ารัก 23.5% การคลายเครียดและเพิ่มสมาธิ 16.8% ความสนุกจากการสะสม 6.4% และการเยียวยาความทรงจำในวัยเด็ก 2.4%
ดาต้าเซ็ตระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนการเติบโตของ Healing Economy หรือเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์การดูแลสภาพจิตใจ โดยผู้บริโภคจำนวนมากมองว่าสกุชชี่เป็นเครื่องมือสร้างความผ่อนคลายที่เข้าถึงได้ในราคาหลักสิบ
อย่างไรก็ตาม ความนิยมที่เพิ่มขึ้นยังมาพร้อมความกังวลเรื่องความปลอดภัย โดย 60.7% ของบทสนทนาเกี่ยวข้องกับการติดตามมาตรการของภาครัฐในการกวาดล้างสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน รองลงมาคือความเสี่ยงต่อสุขภาพจากกลิ่นสารเคมี อาการแพ้ และสิ่งแปลกปลอม 37% ส่วนประเด็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ 2.3%
ผลวิเคราะห์ชี้ว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้หยุดซื้อสกุชชี่ แต่เปลี่ยนมาเลือกซื้อสินค้าที่มีมาตรฐานและแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตและผู้ค้าต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า หากต้องการรักษากระแสความนิยมในระยะยาว
ทั้งนี้ ดาต้าเซ็ตมองว่า การกลับมาของสกุชชี่ในปี 2569 เป็นตัวอย่างของเทรนด์บนโลกโซเชียลที่สามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้จริง ทั้งการกระตุ้นการใช้จ่าย การเยียวยาจิตใจ และการยกระดับมาตรฐานสินค้า ซึ่งยังต้องติดตามต่อไปว่ากระแสนี้จะเป็นเพียงแฟชั่นระยะสั้น หรือจะพัฒนาเป็นตลาดของสะสมที่เติบโตอย่างยั่งยืน
![]()














