พฤติกรรมการเงินของคนไทยกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่สินเชื่อมักถูกมองว่าเป็นทางออกเมื่อเกิดปัญหาทางการเงิน สู่การเป็น “เครื่องมือวางแผนล่วงหน้า” เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารเงินและรับมือกับความไม่แน่นอนในการประกอบอาชีพ
SEasyCash สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ โดย บริษัท โมนี่ (แคปปิตอล) จำกัด เปิดเผยผลสำรวจจากผู้ใช้งานแอปพลิเคชันในประเทศไทยกว่า 5,000 คน พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 65% เลือกเปิดวงเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมในยามจำเป็น โดยยังไม่เบิกใช้ทันที ขณะที่มีเพียง 33% ที่เบิกใช้วงเงินทันทีหลังได้รับการอนุมัติ
ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมทางการเงิน และมองการมีวงเงินสำรองเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการบริหารสภาพคล่อง มากกว่าการกู้เพื่อใช้จ่ายทันที
ด้านพฤติกรรมการใช้งาน พบว่า 49% ของผู้ตอบแบบสำรวจเบิกใช้วงเงินเฉลี่ยเดือนละครั้ง ขณะที่ 16% ใช้ทุก 2-3 เดือน สะท้อนว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกใช้วงเงินเฉพาะเมื่อมีความจำเป็น ไม่ได้พึ่งพาการกู้ยืมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ช่วงเวลาที่มีการเบิกใช้วงเงินมากที่สุด คือช่วงที่เกิดค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด คิดเป็นมากกว่า 50% ของผู้ตอบแบบสำรวจ โดยวงเงินดังกล่าวยังถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ เช่น ซื้อสินค้ามาจำหน่าย จัดซื้อวัตถุดิบ เสริมสภาพคล่อง และบริหารกระแสเงินสดของธุรกิจ
นายศุภวิทย์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท โมนี่ (แคปปิตอล) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานไม่ได้มองสินเชื่อเงินสดเป็นเพียงทางเลือกในยามฉุกเฉิน แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ ร้านค้า หรือใช้เป็นเงินทุนเริ่มต้นในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
ทั้งนี้ SEasyCash ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ShopeePay เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สะดวกและยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท โดยผู้กู้ควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ที่ 25-33% ต่อปี และคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
![]()















