กรุงเทพฯ 30 กรกฎาคม 2569 – วีโร่ (Vero) ร่วมกับ Kadence International เปิดเผยรายงาน Southeast Asia Consumer Tech Trust Score ซึ่งสำรวจผู้บริโภคมากกว่า 3,000 คน ใน 6 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม พบว่า ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและธุรกรรมทางการเงินมากที่สุด แต่หากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล การฉ้อโกง หรือระบบล่ม ก็พร้อมยุติการใช้งานทันที
ผลสำรวจระบุว่า บริการธนาคารออนไลน์ ได้รับคะแนนความไว้วางใจสูงสุดที่ 81.7 คะแนน รองลงมาคือ ระบบชำระเงินดิจิทัล ที่ 80.4 คะแนน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคมากกว่าครึ่งยอมรับว่าหากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างร้ายแรง ก็พร้อมเลิกใช้บริการทั้งสองประเภทเป็นอันดับแรก สะท้อนว่าความไว้วางใจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีในระยะยาว
รายงานยังพบว่า Generative AI เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความไว้วางใจต่ำที่สุด หรืออยู่ในอันดับรองสุดท้ายของทุกประเทศที่สำรวจ แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน ขณะที่ โซเชียลมีเดีย แม้จะมีอัตราการใช้งานสูงถึง 79% แต่กลับมีคะแนนความไว้วางใจเฉลี่ยเพียง 67.8 คะแนน สะท้อนว่าการใช้งานจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคจะเชื่อมั่นในแพลตฟอร์มนั้นเสมอไป
ผลสำรวจยังชี้ว่า 49.5% ของผู้ตอบแบบสอบถามกังวลเรื่องการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ผิดมากที่สุด ขณะที่ 79% ระบุว่าการหลอกลวงและการฉ้อโกงออนไลน์เป็นหนึ่งใน 3 ความกังวลหลัก และเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง 42% พร้อมเลิกใช้บริการทันที โดยฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นประเทศที่ผู้บริโภคตอบสนองรุนแรงที่สุด ส่วนประเทศไทยมีเพียง 30% ที่ระบุว่าจะหยุดใช้บริการทันที นับว่าต่ำที่สุดในภูมิภาค
สำหรับปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ผู้บริโภคในสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ให้ความสำคัญกับการรับรองจากภาครัฐและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขณะที่ผู้บริโภคไทยและเวียดนามให้ความสำคัญกับการอธิบายการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจนและโปร่งใส ส่วนอินโดนีเซียมองว่าประวัติการดำเนินงานที่พิสูจน์ได้คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์เทคโนโลยี
รายงานยังระบุว่า เมื่อเกิดวิกฤต ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้บริหารระดับสูงออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่กลับให้ความเชื่อถือ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์อิสระ มากที่สุดในการอธิบายสถานการณ์ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและเวียดนาม ขณะที่สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวที่ประชาชนไว้วางใจหน่วยงานภาครัฐมากที่สุดในการชี้แจงเหตุการณ์
ผลการศึกษาสรุปว่า การสร้างการรับรู้หรือเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แบรนด์เทคโนโลยีจำเป็นต้องสร้างความโปร่งใส ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
![]()















