สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Road Safety จังหวัดต้นแบบถนนปลอดภัย ลงพื้นที่ตำบลท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ และเทศบาลเมืองหนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และประชาชน วิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุจากพื้นที่จริง เพื่อค้นหาจุดเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชน
นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 โดยเปิดเวทีให้ชุมชนร่วมสะท้อนปัญหา ระบุจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำ และวิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยง ก่อนนำข้อมูลมาประกอบกับฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนและข้อมูลประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ผลการวิเคราะห์พบว่า จังหวัดปราจีนบุรียังเผชิญปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีผู้เสียชีวิต 180 ราย และผู้บาดเจ็บ 1,753 ราย ขณะที่ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยประมาณ 16,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ย 2 คนต่อชั่วโมง
ข้อมูลยังระบุว่า กลุ่มเสี่ยงหลักคือ เพศชายอายุ 15-44 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 25-34 ปี ซึ่งใช้รถใช้ถนนเป็นประจำ ขณะที่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงพฤติกรรมขับรถเร็ว หลับใน และเปลี่ยนเลนหรือตัดหน้ากระชั้นชิด
สำหรับพื้นที่ ตำบลท่าตูม พบจุดเสี่ยงสำคัญบนทางหลวงหมายเลข 304 และ 3079 โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกคลองรั้ง ทางเข้าโครงการเอื้ออาทร ทางเข้าเขตอุตสาหกรรม 304 และสามแยกพระพรหม ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีรถบรรทุก รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ใช้ร่วมกันจำนวนมาก
ส่วน เทศบาลเมืองหนองกี่ พบจุดเสี่ยงหลักบนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงหน้าเขตอุตสาหกรรม–ตลาดโคกอุดม และบริเวณโค้งบ้านทด หมู่ 5 โดยชุมชนเสนอให้เร่งดำเนินมาตรการลดความเร็ว ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางถนน และเพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้ใช้รถจักรยานยนต์
นางมยุรินทร์ กล่าวว่า โครงการชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และในปี 2569 ได้ขยายพื้นที่เป็น 6 พื้นที่ ครอบคลุมกว่า 40 ชุมชน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี โดยย้ำว่าหัวใจสำคัญของโครงการคือการใช้ข้อมูลจากคนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถวิเคราะห์ปัญหา กำหนดมาตรการ และติดตามผลการลดอุบัติเหตุได้ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของ ประกันภัย พ.ร.บ. ในฐานะหลักประกันพื้นฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พร้อมจัดบริการตรวจสอบสถานะประกันภัย ตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และให้คำปรึกษาด้านประกันภัยแก่ประชาชน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางถนนของชุมชน และใช้เป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่น เพื่อมุ่งลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน
![]()















