โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา เดินหน้ายกระดับ Patient Experience ด้วยการออกแบบประสบการณ์การดูแลสุขภาพใหม่ทั้งระบบ ครอบคลุมตั้งแต่สภาพแวดล้อม การบริการ ไปจนถึงมาตรฐานทางการแพทย์ ผสานแนวคิด Healing Environment การบริการด้วยหัวใจ ทีมแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อมอบทั้งผลลัพธ์การรักษา ความสะดวก ความอุ่นใจ และความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการตลอดเส้นทางการรักษา
การพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงพื้นที่ แต่เป็นการเชื่อมโยงทุกจุดสัมผัสของผู้รับบริการให้ทำงานอย่างเป็นหนึ่งเดียว รองรับการดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ภายใต้แนวคิด Partner for Life หรือพันธมิตรด้านสุขภาพที่พร้อมดูแลทุกช่วงชีวิต
ด้วยศักยภาพของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรม การลงทุน และการเติบโตของประชากรหลากหลายกลุ่ม โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ซึ่งเติบโตเคียงข้างชุมชนภาคตะวันออกมากว่า 31 ปี จึงเร่งพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับทั้งประชาชนในพื้นที่ นักลงทุน ผู้บริหาร และชาวต่างชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพชั้นนำของภาคตะวันออก
นพ.ชาญชัย ลี้สมประสงค์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้รับบริการมีพฤติกรรมเป็น “Smart Patient” มากขึ้น ทั้งในด้านการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ การให้ความสำคัญกับคุณภาพและความคุ้มค่า รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการรักษา ดังนั้น คุณภาพของการดูแลจึงไม่ได้วัดเพียงความเชี่ยวชาญของแพทย์หรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้าใจ ความสะดวก ความอุ่นใจ และความเชื่อมั่นที่ได้รับในทุกขั้นตอนของการรักษา
โรงพยาบาลจึงออกแบบ Patient Journey ใหม่ทั้งระบบ ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Physical Touchpoint การออกแบบพื้นที่ตามแนวคิด Healing Environment ลดความวิตกกังวลและส่งเสริมการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของ “วังพญาไท” พร้อมปรับโฉม Platinum Lounge ชั้น 12 อาคาร B ให้ทันสมัย เป็นส่วนตัว และรองรับการใช้งานทั้งการพักผ่อน การทำงาน และบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น
ด้าน Human Touchpoint โรงพยาบาลยกระดับการบริการภายใต้แนวคิด Superior Thai Hospitality เน้นความเข้าใจ ความใส่ใจ และการดูแลเชิงรุก ตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการ ผ่านระบบจัดทำประวัติ เลือกโปรแกรมตรวจสุขภาพ ชำระเงินออนไลน์ และแอปพลิเคชัน HealthUp เพื่อช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกแก่ผู้รับบริการ
ขณะที่ Clinical Touchpoint ผสานมาตรฐานการแพทย์ระดับสากล ทีมแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อรองรับการดูแลแบบ Personalized Care ตั้งแต่การป้องกันโรค การวินิจฉัย การรักษาโรคเฉพาะทางและโรคซับซ้อน ไปจนถึงการฟื้นฟูสุขภาพ โดยโรงพยาบาลได้รับการรับรองมาตรฐาน HA, GHA, Trauma Center Level 3 และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย STEMI พร้อมนำเทคโนโลยี Biplane Cath Lab มาเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีความซับซ้อน
นอกจากนี้ เครือข่ายโรงพยาบาลพญาไทในพื้นที่ศรีราชาและบ่อวิน ซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา 1 โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา 2 โรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน และคลินิกเครือข่ายรวม 5 แห่ง มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยนอกได้สูงสุดประมาณ 6,000 คนต่อวัน ดูแลผู้ประกันตนกว่า 300,000 คน และมีเตียงผู้ป่วยรวม 429 เตียง พร้อมแผนขยายเป็น 529 เตียงในระยะที่ 2 และ 629 เตียงในระยะที่ 3 เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลยังอยู่ระหว่างการจัดตั้ง International Center เพื่อรองรับผู้รับบริการชาวต่างชาติแบบครบวงจร ทั้งด้านภาษา การนัดหมาย การประสานงานประกันสุขภาพ และการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษา
นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เป้าหมายของโรงพยาบาลไม่ใช่เพียงการเติบโตในเชิงขนาด แต่คือการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพที่ประชาชนไทยและชาวต่างชาติไว้วางใจได้ พร้อมเดินหน้ายกระดับ Patient Experience เพื่อสนับสนุนการพัฒนา EEC และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
![]()













