บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรจากการดำเนินงานหลังปรับรายการพิเศษ (Adjusted Profit) 308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายรวมอยู่ที่ 5,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% รับแรงหนุนจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งปริมาณขายกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนเติบโต 32% ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก
นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGD เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 เติบโตจากความต้องการวัสดุก่อสร้างในเวียดนามที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความสามารถในการส่งออกภายใต้กลยุทธ์ Regional Optimization และการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนเพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ย
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมี Adjusted Profit 657 ล้านบาท ลดลง 8% และ Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 2,217 ล้านบาท ลดลง 10% จากตลาดไทยที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ในไตรมาส 2 บริษัทจะมีกำไร 808 ล้านบาท และ EBITDA 2,405 ล้านบาท
นายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน SCGD กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์รับมือภาวะตลาดและราคาพลังงานที่ผันผวน โดยมุ่งขยายกำลังการผลิตในเวียดนามและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจในไทย
ในเวียดนาม บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนอีก 13 ล้านตารางเมตรต่อปี คาดเริ่มเดินเครื่องได้ภายในครึ่งแรกของปี 2570 รองรับความต้องการทั้งในประเทศและตลาดส่งออก โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และมาเลเซีย หลังโรงงาน PRIME เดินการผลิตเต็มกำลังในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
ส่วนตลาดไทย บริษัทเร่งรวมสายการผลิตกระเบื้องเซรามิก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้า พร้อมขยายกลุ่มสินค้าใหม่ ได้แก่ พื้น SPC สินค้ากลุ่ม Smart วัสดุตกแต่งพื้นผิว และปูนกาวยาแนว โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 รายได้จากสินค้าใหม่เติบโต 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับสินค้า SPC มีปริมาณขายเติบโต 24% และใช้อัตรากำลังการผลิตสูงถึง 85% บริษัทจึงลงทุนสายการผลิตแห่งที่ 2 เพิ่มกำลังการผลิตจาก 1.44 ล้านเป็น 2.88 ล้านตารางเมตรต่อปี คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2570 ขณะที่สินค้ากลุ่ม Smart เติบโต 13% พร้อมขยายพอร์ต Smart Toilet หลายระดับราคา ภายใต้แบรนด์ SENSIS และ KLIRR รวมถึงเตรียมตั้งฐานการผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะ AXENT คาดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2570
SCGD มั่นใจว่ากำไรทั้งปี 2569 โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ จะเติบโตจากปีก่อน รับปัจจัยหนุนจากช่วงฤดูกาลขายสูงสุดของเวียดนามในไตรมาส 4 ความต้องการในตลาดฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและความต้องการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมในประเทศไทย
ด้านสถานะทางการเงิน บริษัทสามารถลดต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยจาก 2.4% เหลือ 1.7% ณ ไตรมาส 3 หลังปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุน มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8,345 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 1.2 เท่า และหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.2 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินและความพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดัน EBITDA สู่ระดับ 3,500 ล้านบาท ภายในปี 2571
![]()














