กลุ่มอมตะ ประกาศความสำเร็จยอดขายที่ดินสะสม 2 ปี (2567–2568) รวมกว่า 4,250 ไร่ หรือประมาณ 680 เฮกตาร์ ครอบคลุมพื้นที่ในประเทศไทยและเวียดนาม สะท้อนแรงหนุนจากกระแสย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มุ่งสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Hyperscale Data Center
นายยาซูโอะ ซึซึอิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2567 กลุ่มอมตะมียอดขายที่ดินรวม 3,019 ไร่ พื้นที่หลักยังคงอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
ยอดขายดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนการฟื้นตัวของดีมานด์ แต่ยังชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของการลงทุน นักลงทุนใช้เวลาศึกษาความเสี่ยงมากขึ้น ก่อนตัดสินใจลงทุนระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ พลังงาน และศักยภาพการบริหารจัดการเมืองอุตสาหกรรมแบบครบวงจร
ชลบุรี–ระยอง ฐานผลิตหลัก New S-Curve
ในปี 2567 นิคมอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อมตะซิตี้ ชลบุรี, อมตะ สมาร์ทซิตี้ และอมตะซิตี้ ชลบุรี 2 มียอดขายรวม 1,345 ไร่ ได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ขณะที่จังหวัดระยองมียอดขายกว่า 1,205 ไร่ จากจุดแข็งด้านทำเลใกล้ท่าเรือน้ำลึกและโครงข่ายโลจิสติกส์หลักของประเทศ
ปี 2568 กลุ่มอมตะทำยอดขายเพิ่มอีกกว่า 1,233 ไร่ ครอบคลุมทั้งไทยและเวียดนาม โดยลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์คอมพิวติ้ง อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์การแพทย์ และระบบอัตโนมัติ
ดีลสำคัญที่เกิดขึ้น อาทิ
Hisense ผ่าน HHA ลงทุน 4,700 ล้านบาท พัฒนา Hisense Intelligent Manufacturing Park บนพื้นที่ 400 ไร่ ที่อมตะ ซิตี้ ชลบุรี 2 ตั้งฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในอาเซียน
GAC AION ลงทุน 2,300 ล้านบาท จัดตั้งโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไทยสู่ฐานผลิต EV
กลุ่มผู้ให้บริการ Hyperscale Data Center ลงทุนพัฒนาโครงการรองรับกำลังไฟฟ้าสูงสุด 1 กิกะวัตต์ (GW) พร้อมใช้พลังงานหมุนเวียน รองรับเทรนด์ Net Zero และการลดคาร์บอน
เวียดนามโตคู่ขนาน รับฐานผลิตเอเชียเหนือ
ในเวียดนาม นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ฮาลอง (Amata City Halong) ทางตอนเหนือ มีผู้ประกอบการเพิ่มเป็น 22 โครงการ โดยเฉพาะนักลงทุนจากไต้หวันและญี่ปุ่น ขณะที่โครงการอมตะ ซิตี้ ลองถั่น (Amata City Long Thanh) ทางตอนใต้ มียอดขายกว่า 110 ไร่ ได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ แปรรูปอาหาร และโลจิสติกส์
ดันโมเดล “Industrial City” แต้มต่อยุคห่วงโซ่อุปทานใหม่
นายยาซูโอะ ระบุว่า การลงทุนรอบใหม่นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้โมเดล “Industrial City” หรือเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะแบบครบวงจร กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันเพื่อดึงดูด FDI
“ทิศทางของกลุ่มอมตะไม่ใช่แค่การขายที่ดิน แต่คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบรับการขยายตัวของเทคโนโลยีขั้นสูง ในวันที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังจัดระเบียบใหม่ ไทยและเวียดนามจะเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโมเดล Smart Industrial City จะเป็นกลไกหลักสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายยาซูโอะ กล่าว
![]()













